ุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่เขาเป็นจุดเดียว
ลั่วหยางจุดรอยยิ้มบางเบา “ไม่ได้เจอกันนาน วันนี้ลมอะไรหอบพวกนายมารวมตัวกันได้”
“มาๆ นั่งตรงนี้” หยางหลงกวักมือเรียก พลางเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างๆ ออกมารอ
ลั่วหยางไม่ปฏิเสธ ทรุดตัวลงนั่งข้างอีกฝ่าย
อาหารบนโต๊ะพร่องไปกว่าครึ่ง ตรงกลางมีเหล้าเจี้ยนหนานชุนรุ่นตงฟางหงตั้งอยู่หนึ่งขวด ขนาบด้วยไวน์แดงไม่คุ้นหูอีกขวด ประเมินจากสายตาน่าจะขวดละหลายร้อยหรืออาจแตะหลักพันหยวน
มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง ไอ้เพื่อนกลุ่มนี้ไม่ได้กะจะชวนเขามาตั้งแต่แรก คงแค่นั่งก๊งเหล้ากันจนกรึ่มแล้วบังเอิญมีใครสักคนหลุดปากพูดชื่อเขาขึ้นมา หยางหลงถึงได้ต่อสายตรงเรียกเขามาเป็นตัวประกอบ
“มาสายนะเว้ย ต้องโดนปรับหนึ่งแก้ว” จางไป๋คว้าขวดตงฟางหงมารินให้ “เหล้าชั้นดีเลยนะ พวกเราอุตส่าห์กั๊กไว้ให้แกโดยเฉพาะ”
ถ้อยคำดูดีแต่แฝงเจตนาเหยียดหยันชัดเจน... สื่อกลายๆ ว่าลำพังคนอย่างลั่วหยางคงไม่มีปัญญาซื้อเหล้าแพงๆ แบบนี้กิน
ลั่วหยางขี้เกียจใส่ใจ เขาเพียงพยักหน้ารับ “ขอบใจ”
หานเซ่าคุนจุดบุหรี่ฮว๋าจื่อ พ่นควันสีเทาลอยคลุ้ง พลางกวาดตามองลั่วหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเอ่ยขึ้น “ลั่วหยาง ได