้ข่าวว่าแกคว้าโควตาตามศาสตราจารย์หวังไปทำที่โรงพยาบาลจื้อเทียนนี่ เท่าที่รู้มา… สวัสดิการที่นั่นดีกว่าโรงพยาบาลรัฐเป็นทุ่ง แกนี่มันแน่จริงๆ ว่ะ ทำยังไงถึงประจบจนศาสตราจารย์หวังโปรดปรานได้ขนาดนั้น”
อู่เซิ่งหลานเอ่ยแทรก “เรื่องแค่นี้ยังต้องถามอีกเหรอ ผลการเรียนลั่วหยางท็อปฟอร์มมาตลอด ไม่ที่หนึ่งก็ที่สอง ศาสตราจารย์หวังไม่หนีบเขาไปแล้วจะหนีบใคร”
ลั่วหยางยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมดื่ม ทว่าปลายนิ้วกลับชะงัก วางมันลงที่เดิม
“แต่บังเอิญฉันได้ข่าวแว่วๆ มาอีกว่า… แกเพิ่งโดนโรงพยาบาลจื้อเทียนเฉดหัวทิ้ง สรุปมันยังไงกันแน่วะ” หานเซ่าคุนยิงคำถามจี้จุด
ลั่วหยางกระจ่างแจ้งในวินาทีนั้น… ที่แท้ไอ้พวกนี้เรียกเขามา ก็ไม่ได้กะจะรำลึกความหลังอะไร แต่ตั้งใจเอาเขามาเป็นแท่นเหยียบเพื่อโชว์พาวเวอร์ เรียกร้องความสนใจจากอู่เซิ่งหลานต่างหาก
เป็นไปตามคาด อู่เซิ่งหลานเบิกตาขึ้นเล็กน้อย “ลั่วหยาง… นี่เรื่องจริงเหรอ”
ลั่วหยางพยักหน้ารับหน้าตาย “เพิ่งลาออกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่ได้โดนไล่ออก ฉันเขียนใบลาออกเอง”
“อ้าว… แล้วตอนนี้แกทำงานอะไร” จางไป๋ปั้นหน้าห่วงใยเสแสร้ง
ลั่วหยางตอบเรียบๆ “ถึงจะลาออกแล้ว แต่ก็ยังรับรักษาคนไข้อยู่น