ะ ตีซะว่าเป็นหมอฟรีแลนซ์ก็แล้วกัน”
“โหย สมกับเป็นหัวกะทิของรุ่นจริงๆ ดูมันสรรหาคำพูดเข้าสิ โคตรจะดูดีมีระดับ… ฟรีแลนซ์” หยางหลงระเบิดหัวเราะลั่น ตบไหล่ลั่วหยางฉาดใหญ่ “พี่น้อง เอางี้ ที่นั่งหัวโด่กันอยู่ตรงนี้ก็คนกันเองทั้งนั้น ถ้าแกตกระกำลำบากก็อ้าปากบอก พวกเราช่วยได้ก็ยินดีช่วยอยู่แล้ว”
ลั่วหยางนั่งฟังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ถ้อยคำเสแสร้งพวกนี้ช่างจืดชืดและน่ารำคาญสิ้นดี ในใจเริ่มนึกเสียดายเวลาที่อุตส่าห์ทิ้งเยี่ยจือมานั่งทนฟังพวกขี้แพ้โอ้อวด… โคตรจะไร้สาระ
“ลั่วหยาง… เอางี้ แกมาเป็นหมอนั่งประจำที่ร้านขายยาฉันสิ ซี้ปึ้กอย่างพวกเรา ฉันให้เงินเดือนแกหมื่นหยวนสบายๆ เลยเอ้า” จางไป๋ฉวยโอกาสโชว์รวยเต็มที่ ใบหน้าอิ่มเอมไปด้วยความเย่อหยิ่ง “พ่อแม่ฉันก็เป็นหมออยู่โรงพยาบาลฮว๋าซี ร้านขายยาฉันตั้งอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลพอดีเป๊ะ เดือนที่แล้วฟันยอดขายทะลุสองล้านเบาะๆ ปีหน้ากะจะเปิดเพิ่มอีกสักสองสาขา”
ลั่วหยางแค่นยิ้มหยันในใจ แค่เปิดร้านขายยาก็ทำมากร่างคับโลก… โลกแคบแค่นี้เองสินะ
อู่เซิ่งหลานปรายตามองจางไป๋แวบหนึ่ง
“ใครตั้งกฎวะว่าจบแพทย์แล้วต้องเป็นหมอ วันๆ ขลุกอยู่แต่กับคนป่วย ประสาทจะแดกเอาเปล่าๆ ลั่วห