ยาง… แกมาทำที่โรงงานฉันดีกว่า พ่อเพิ่งโยนโรงงานประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมมาให้ดูแล ฉันกำลังขาดมือขวาเก่งๆ อยู่พอดี” หยางหลงมีหรือจะยอมน้อยหน้า รีบแย่งซีนอวดบารมีทันควัน
สายตาของอู่เซิ่งหลานเลื่อนไปหยุดที่ร่างของหยางหลง
หานเซ่าคุนหัวเราะหึ สวนขึ้นหน้าตาเฉย “บ้านฉันไม่ได้เปิดโรงงาน แล้วก็ไม่ได้เปิดร้านขายยา… มีแค่เส้นสายนิดๆ หน่อยๆ ตอนนี้ฉันทำอยู่บริษัทการยาสูบ พอดีท่านประธานเป็นสหายรบเก่าพ่อฉัน ท่านเลยเอ็นดูเป็นพิเศษ ลั่วหยาง… ถ้าแกอยากเข้าบริษัทการยาสูบ ฉันกระดิกนิ้วเอ่ยปากคำเดียว ก็ยัดแกเข้าทำงานได้สบาย”
อู่เซิ่งหลานตวัดสายตากลับมามองหานเซ่าคุนเป็นรอบที่สาม
ลั่วหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ชีวิตฉันตอนนี้ก็ปกติดี ขอบใจพวกนายมากที่อุตส่าห์เดือดร้อนแทน”
“ทำเป็นหยิ่งไปได้ว่ะ” จางไป๋เหลือบเห็นแก้วเหล้าของลั่วหยางที่ยังปริ่มขอบ จึงรีบจิกกัด “รีบๆ กระดกสิวะ เหล้าแก้วนี้ราคาปาไปตั้งหลายร้อย”
ลั่วหยางหยิบแก้วขึ้นมาหมุนเล่นในมือ เอ่ยเสียงเรียบ “งั้น… ดื่มให้ชีวิตมหา’ลัยของพวกเรา”
ทว่าทั้งโต๊ะ… มีเพียงอู่เซิ่งหลานคนเดียวที่ยอมยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาจิบเบาๆ ตามมารยาท
ลั่วหยางกระดกเหล้ารวดเดียว