งเธอร้อนผ่าวแดงซ่าน
ลั่วหยางช็อกตาตั้ง รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟดูด
หญิงสาวกัดริมฝีปาก ทำท่าจะล้วงเอาบัตรออกมาอีกรอบ ลั่วหยางไม่อยากยืดเยื้อให้เสียจังหวะ จึงรีบชิงตัดบท
“พี่เยี่ย เอาแบบนี้ ถ้าพี่อยากจะให้อะไรตอบแทนจริงๆ ยกหน้ากากสำริดใบนั้นให้ผมก็พอ”
เยี่ยจือถอนหายใจ คลี่ยิ้มขมขื่น “เอาแบบนั้นก็ได้… เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้”
ลั่วหยางยืนมองแผ่นหลังของหญิงสาวตาค้าง ทรวดทรงของเธอโค้งเว้าเย้ายวนใจ โดยเฉพาะบั้นท้ายอวบอิ่มที่ตึงแน่นอยู่ในกางเกงเข้ารูป… ทรงสวยราวกับลูกพีชชั้นดี แผ่กลิ่นอายหอมกรุ่นชวนให้มัวเมาดั่งสุรารสเลิศ
สุราดีต่อให้ซุกซ่อนอยู่ก้นตรอกลึกเพียงใด… ย่อมส่งกลิ่นยั่วยวนให้คนอยากตามไปลิ้มลอง
จังหวะนั้น เยี่ยจือพลันเหลียวหลังกลับมามอง ลั่วหยางสะดุ้งโหยง รีบเบือนหน้าหลบสายตาทำทีเป็นมองเพดาน
หญิงสาวหันกลับไปทางเดิม ทว่ามุมปากอิ่มกลับลอบระบายรอยยิ้มพอใจ
หลังวุ่นวายมาตลอดทั้งวัน ในที่สุดบ้านใหม่ในหมู่บ้านจินต๋าโส่วฝู่ก็ถูกจัดแจงจนเข้าที่เข้าทาง
ลั่วหยางเพิ่งซึ้งกระจ่างใจก็วันนี้ ว่าการย้ายบ้านมันมีเรื่องจุกจิกมหาศาลขนาดไหน ถ้าไม่มีผู้หญิงละเอียดอ่อนมาคอยช่วยจัดการ งานนี้คงเละไม่เป็นท่า
มื้อค่ำ