จบลงด้วยอาหารง่ายๆ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
หลังมื้อค่ำ เยี่ยจือช่วยเก็บกวาดถ้วยชาม แถมยังอาสาเดินเข้าครัวไปล้างจานให้ ลั่วหยางเกรงใจสุดขีด รีบเดินตามเข้าไปติดๆ
“พี่เยี่ย ไม่ต้องครับ พี่เป็นแขกนะ จะให้มาล้างจานได้ยังไง เดี๋ยวผมจัดการเอง”
“จานแค่ไม่กี่ใบ ล้างแป๊บเดียวก็เสร็จ คุณออกไปอยู่เป็นเพื่อนเหม่ยฉีข้างนอกเถอะ ไปๆ อย่ามายืนเกะกะ” เยี่ยจือไม่ฟังเสียง ดันแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไล่ออกจากห้องครัวดื้อๆ
ลั่วหยางเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ประจวบเหมาะกับที่เห็นซ่งเหม่ยฉีสะพายกระเป๋าเป้ใบจิ๋ว เดินเตาะแตะเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง เขาเลิกคิ้วสงสัย จึงเดินตามเข้าไปดู
เด็กน้อยกวาดสายตาสำรวจรอบห้อง พยักหน้าหงึกๆ วางมาดผู้ใหญ่ “อื้อ… ถือว่าไม่เลวเลยนะเนี่ย”
พอหางตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่ม เด็กน้อยก็เอ่ยเจื้อยแจ้ว “อ๊ะ คุณลุงลั่วมาพอดีเลย หนูมีเรื่องจะตกลงด้วยหน่อยค่ะ”
ลั่วหยางกอดอกพิงขอบประตู “เรื่องอะไรครับคนเก่ง”
“นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้องนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของหนูแล้ว ต่อไปถ้าลุงจะเข้ามาต้องเคาะประตูก่อน เข้าใจไหมคะ หนูเป็นผู้หญิง ส่วนลุงเป็นผู้ชาย… เรื่องแบบนี้ต้องรู้จักระมัดระวั