งตัวให้ดี” ซ่งเหม่ยฉีเทศนาเป็นฉากๆ ด้วยท่าทางขึงขัง
ลั่วหยางถึงกับใบ้กิน
ตอนแรกเขานึกว่าเด็กน้อยแค่เล่นขายของ ทว่าวินาทีต่อมา เธอกลับรูดซิปกระเป๋าเป้ หยิบแปรงสีฟัน แก้วน้ำลายการ์ตูน และผ้าขนหนูผืนเล็กออกมา แล้วหอบของทั้งหมดเดินเตาะแตะมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำหน้าตาเฉย
“นี่หนู… จะค้างที่นี่จริงๆ เหรอเนี่ย” ลั่วหยางอ้าปากค้าง
ซ่งเหม่ยฉีพยักหน้าหงึกๆ ตอบอย่างมั่นใจ “แหงสิคะ”
ลั่วหยางเตรียมจะเบรก แต่คิดไปคิดมา… เถียงกับเด็กแก่แดดคนนี้ไปก็ป่วยการเปล่า
ทว่าแม่หนูน้อยกลับยิงประโยคเด็ดตอกหน้าเขาเข้าให้อีกดอก “คุณลุงลั่วคะ ลุงน่ะต้องเร่งเครื่องทำคะแนนให้ไวกว่านี้หน่อยนะคะ หนูไม่อยากย้ายเข้ามาอยู่แบบไม่มีสถานะหรอกนะ… ถ้าลุงมืดแปดด้านจริงๆ ก็สะกิดบอกหนูได้เลย เดี๋ยวหนูจะชงโอกาสงามๆ ให้เอง”
ลั่วหยางนวดขมับตึบๆ ยัยเด็กนี่ไปจำบทละครหลังข่าวเรื่องไหนมาพูดเนี่ย!
“ลั่วหยาง เหม่ยฉี… อยู่ไหนกันคะ” เสียงของเยี่ยจือดังแว่วมาจากโถงทางเดิน
ลั่วหยางรีบสาวเท้ากลับมาที่ห้องนั่งเล่น “เหม่ยฉีทำอะไรอยู่เหรอคะ” เยี่ยจือถามพลางเช็ดมือที่เปียกชื้น
ลั่วหยางปั้นหน้าไม่ถูก จำต้องสารภาพความจริง “เหม่ยฉีบอกว่าจะค้างที่นี่ครับ ตอ