นนี้กำลังจัดแปรงสีฟันกับแก้วน้ำอยู่ในห้องน้ำ… ผม…”
ผมหมดปัญญาจะรับมือแล้ว พี่ช่วยมาลากลูกสาวตัวแสบของพี่กลับไปทีเถอะ
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ให้แกค้างที่นี่แหละค่ะ” เยี่ยจือตอบกลับหน้าตาเฉย
ลั่วหยางสตั๊นไปสามวิ เขาเป็นไอ้หนุ่มพรหมจรรย์ ส่วนเธอเป็นแม่ม่ายเรือพ่วงที่กำลังจะหอบลูกสาวมาค้างอ้างแรมในบ้านของเขา… ขืนใครมาเห็นเข้า จะให้ตีความความสัมพันธ์นี้ว่ายังไง!
เยี่ยจือเห็นท่าทางของเขาก็หลุดหัวเราะคิกคัก “ทำไมทำหน้าพิลึกแบบนั้นล่ะคะ แอบคิดอกุศลอะไรอยู่หรือเปล่า”
ลั่วหยางสะดุ้ง ร้อนตัวลนลาน “ปะ… เปล่านะครับ ไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิด”
“พรุ่งนี้ฉันต้องบินไปดูงานที่เหมืองน่ะค่ะ รบกวนคุณช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้สักสองวันได้ไหม ให้แกค้างที่นี่แหละ… จะรบกวนเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”
“นี่คุณ… ฉันไม่ใช่คนที่ค้างที่นี่สักหน่อย จะทำหน้าลนลานตกใจทำไม”
ลั่วหยางชักจะตามอารมณ์แม่ม่ายทรงเสน่ห์คนนี้ไม่ทัน
“นี่พี่… จะกลับแล้วเหรอครับ”
“ทำไมคะ… ไม่อยากให้ฉันกลับงั้นเหรอ” เยี่ยจือก้าวเข้ามาประชิด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม
คำถามแสนธรรมดา ทว่าลั่วหยางกลับจุกอยู่ในลำคอ ควานหาคำตอบไม่เจอ บรรยากาศรอบตัว