พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน มวลอากาศอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
“เอ่อ… จริงสิ ฉันลืมบอกคุณไปเรื่องหนึ่ง” เยี่ยจือทำลายความเงียบ “ตอนที่คุณกำลังรักษาหลิวโย่วสุ่ย ฉันแวบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมา… แล้วก็แจ็กพอตแตกตามที่คุณบอกเป๊ะ ฉันเป็นภาวะเต้านมคัดตึงจริงๆ ด้วย หมอจ่ายยามาให้กินดูอาการ แต่ฉัน… ฉันไม่อยากเอาพวกฮอร์โมนเข้าร่างกาย ฉันเลยอยากมาปรึกษาคุณ ก็คุณเคยบอกเอาไว้ว่า… คุณจัดการเรื่องนี้ให้ฉันได้”
ท้ายประโยค น้ำเสียงของเยี่ยจือแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ใบหน้าสวยจัดซับสีเลือดฝาดจนแดงก่ำ
ลั่วหยางเริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ผม… ผมเคยพูดไว้แบบนั้นจริงๆ เอาเป็นว่า ถ้าพี่ไม่รังเกียจ ผมจัดการสลายก้อนเนื้อนั่นให้พี่ได้เลยนะ”
“ต้องลงมีดผ่าตัดไหมคะ แล้วมันจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้หรือเปล่า” หญิงสาวถามด้วยความกังวล
“เรื่องนั้นหมดห่วงได้เลยครับ” ลั่วหยางชูสองนิ้วขึ้นมาตั้งเป็นกระบวนท่า ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ “ขอแค่มีไอ้นี่… ก็เอาอยู่แล้ว”
ใบหน้าสวยของเยี่ยจือปรากฏร่องรอยความรู้สึกพิลึกพิลั่น สายตาเหลือบมองนิ้วของเขา “นี่… สองนิ้วของคุณมันครอบจักรวาล ทำได้ทุกอย่างเลยงั้นเหรอคะ”
ลั่วหยางคลี่ยิ้