ตัวเอง ข้อสาม พอเจอคุณลุง หนูก็รู้สึกคุ้นเคย เหมือนเรารู้จักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เขาเรียกว่าอะไรน้า… พรหมลิขิต ใช่ มันคือพรหมลิขิต”
ลั่วหยางอึ้งกิมกี่ ตอนยายเมิ่งต้มน้ำแกงลืมชาติภพให้ยายหนูนี่ดื่ม แอบผสมน้ำเปล่าลงไปเยอะแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเด็กสี่ขวบจะมาเจื้อยแจ้วเรื่องชาติปางก่อนได้ยังไง
จังหวะนั้น เยี่ยจือก็เปิดประตูห้องหนังสือออกมา กระแอมเบาๆ “เหม่ยฉี หมดโควตาดูทีวีแล้ว เข้าห้องไปนอนเดี๋ยวนี้”
“ค่า” ซ่งเหม่ยฉีกดรีโมทปิดทีวีอย่างว่าง่าย ตอนกะเผลกผ่านลั่วหยางก็ไม่วายกระซิบแขวะ “วันหลังหนูจะติวให้เอง ลุงนี่ซื่อบื้อจริงๆ”
ลั่วหยางเถียงไม่ออก
พอส่งลูกสาวเข้าห้องเสร็จ เยี่ยจือก็กวักมือเรียกลั่วหยาง “มาที่ห้องหนังสือหน่อย มีเรื่องต้องคุยกัน”
ลั่วหยางลุกเดินตามเข้าไป เยี่ยจือกดล็อกปิดประตูตามหลัง ชายหนุ่มรู้สึกว่าไม่เห็นต้องปิดประตูก็ได้ แต่ก็เลือกรูดซิปปากเงียบ
“ฉันดูคลิปแล้ว ซ่งตงหมิงมันเดรัจฉานชัดๆ… คุณคิดว่าฉันควรทำยังไงดี” เยี่ยจือจ้องมอง แววตาแฝงความคาดหวังพึ่งพิง
“พี่เยี่ย ผมให้คลิปพี่ไปแล้ว พี่ต้องเป็นคนฟันธงเอง” ลั่วหยางตอบตามตรง
“ถ้าปล่อยผ่านก็สงสารผู้หญิงคนนั้น มโนธรรมฉันคงรับไม่ไห