ลานเหมือนปู บางจังหวะชูสองมือขึ้นฟ้าคล้ายถวายจอกสุรา ท่วงท่าเหล่านั้นดูคล้ายการร่ายรำผสมผสานกับวิทยายุทธ์โบราณ ทว่าแท้จริงไม่ใช่ทั้งสองอย่าง มันคือ ‘ระบำสื่อวิญญาณ’ ท่วงท่าศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีบูชายัญและขอพรเพื่อสื่อสารกับเทพยดาฟ้าดิน
ชายชราผู้นั้นคือปรมาจารย์อิ๋งหมา แต่คราวนี้เขาไม่ได้พร่ำสอนอะไรลั่วหยางสักคำ โผล่มาปุ๊บก็ร่ายรำท่าแปลกประหลาดพวกนั้นปั๊บ
จิตสำนึกของลั่วหยางถูกชักนำให้เริ่มขยับร่ายรำตาม วาดลวดลายมือไม้ เลียนแบบท่าปูคืบคลาน...
ลำแสงสีทองดับวูบ ร่างของปรมาจารย์อิ๋งหมาสลายหายไป จนวินาทีสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปากคุยกับเขาสักแอะ
แม้หน้ากากใบนี้จะมีจิตวิญญาณแข็งแกร่งจนกักเก็บ ‘ความทรงจำ’ ไว้ได้ แต่มันก็ไม่ใช่สมองมนุษย์ การใช้วิชาประทับวิญญาณเข้าไปกระตุ้น สิ่งที่ถูกดึงออกมาจึงเป็นเพียงความทรงจำแบบ ‘สุ่ม’ ที่ควบคุมไม่ได้ ฟังดูเหมือนกาชาปองที่ต้องพึ่งดวง แต่นั่นก็แปลว่าทุกครั้งที่เขาใช้วิชาประทับวิญญาณ เขาจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แบบไม่ซ้ำเดิมเสมอ
“พรุ่งนี้รักษาเหม่ยฉีเสร็จก็ต้องย้ายออกแล้ว วันหลังจะหาเรื่องขอยืมหน้ากากคงลำบากน่าดู” ลั่วหยางถอนหายใจอย่างเสียดาย
เสียงน้ำซู่ซ่าดังแว่วทะลุ