“เปล่า… แค่ถามเฉยๆ เป็นห่วงไม่ได้หรือไง โตป่านนี้แล้ว ควรมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้วนะ ให้ฉันช่วยหาแม่สื่อให้เอาไหม” ปากบอกจะหาคู่ให้ แต่พวงแก้มเยี่ยจือกลับแดงเถือกไปถึงใบหู
“ผม… เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ” ลั่วหยางโกยแน่บออกจากห้องราวกับวิ่งหนีตาย
พอกลับเข้าห้อง ลั่วหยางก็นั่งขัดสมาธิบนพื้น แต่ภาพใบหน้าแดงซ่านของเยี่ยจือกลับลอยวนอยู่ในหัว เขาต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสลัดมันทิ้งแล้วดึงสมาธิกลับมาจดจ่อที่หน้ากากได้
ตราประทับวิญญาณใช้งานได้แค่ครั้งต่อครั้ง เขาจึงต้องวาดมันขึ้นมาใหม่
ลั่วหยางประกบนิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวา รีดเร้นพลังวิญญาณตวัดวาดลวดลายลงบนหน้าผากของหน้ากาก ด้วยประสบการณ์จากรอบก่อน คราวนี้เขาวาดตราประทับเสร็จรวดเร็วและลื่นไหลกว่าเดิมมาก
ทันทีที่ตราประทับวาดเสร็จ ลั่วหยางก็อัดพลังวิญญาณปิดท้าย รอยประทับสีเขียวเรืองรองสว่างวาบขึ้นมา ในเสี้ยววินาทีนั้น จิตสำนึกของเขากับหน้ากากก็เชื่อมต่อกันด้วยพลังลี้ลับ แล้วถูกดูดกระชากเข้าไปในมิติพิศวงอีกครั้ง
ความมืดมิดเวิ้งว้างไร้ขอบเขต แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์สาดส่องจากฟากฟ้า ภายในลำแสงนั้นมีร่างชายชรากำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าพิลึกพิลั่น บางจังหวะงอตัวค