ทั้งคู่ต่างเงียบงัน มองตากันไปมาโดยไม่รู้จะสรรหาเรื่องอะไรมาคุยต่อ
“งั้น… คุณไปพักผ่อนเถอะ” เยี่ยจือพ่ายแพ้ในสงครามจ้องตา เธอเบี่ยงหลบสายตาแล้วเดินเลี่ยงไปที่ประตู
“พี่เยี่ย เดี๋ยวก่อนครับ” ลั่วหยางรั้งไว้
เยี่ยจือหมุนตัวกลับ ประหม่าขึ้นมาดื้อๆ “มี… มีอะไรเหรอ”
“คราวก่อนที่เข้าห้องสะสม ผมเห็นหน้ากากใบหนึ่ง… สนใจมาก ขอผมยืมมาศึกษาคืนนี้หน่อยได้ไหมครับ” เขาอยากลองใช้วิชา ‘ประทับวิญญาณ’ กับหน้ากากสำริดนั่นอีกรอบ เผื่อจะดึงความรู้ใหม่ๆ ออกมาได้
ประกายผิดหวังพาดผ่านนัยน์ตาเยี่ยจือแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้ายิ้มแย้ม
“นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิ รอแป๊บเดี๋ยวไปหยิบมาให้”
ไม่กี่นาทีต่อมา หน้ากากสำริดก็ถูกส่งถึงมือเขา “ขอบคุณครับ”
เยี่ยจือเบ้ปากงอนๆ “จะมาเกรงใจอะไรนักหนา”
ลั่วหยางยิ้มขำ “ผมกลับห้องก่อนนะ พี่ก็พักผ่อนเถอะ” ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมเดินกลับ
“เดี๋ยวก่อน” คราวนี้เป็นฝ่ายเยี่ยจือที่รั้งเขาไว้บ้าง
ลั่วหยางหันกลับมา “ครับ มีอะไรหรือเปล่า”
สีหน้าเยี่ยจือดูพิลึก “คือว่า… ช่วงนี้แฟนเก่าคุณตามมารังควานตื๊อขอคืนดีบ้างไหม”
“เปล่านี่ครับ” ลั่วหยางงงตาแตกที่จู่ๆ เธอขุดชื่อเหลียงหงขึ้นมา “พี่ถามทำไมเหรอ”