ะสอดมือเข้ามายุ่งจริงๆ งั้นเหรอ”
หลิวโย่วสุ่ยลืมตาขึ้นช้าๆ ประกายตาคมกริบดุจใบมีดวาบผ่าน “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน… ที่คำพูดของฉันมันกลายเป็นเรื่องล้อเล่น”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของซ่งไห่ชางถอดสี สันกรามบดเข้าหากันแน่น “ประธานหลิว ถ้าเป็นเรื่องอื่นผมยินดีไว้หน้าคุณแน่นอน แต่นี่คือเรื่องภายในของเรา และมันชี้ชะตาความเป็นความตายของตระกูลซ่ง เพราะงั้น… ถือว่าผมขอร้อง อย่าแส่เรื่องนี้เลย วันหน้าผมจะเอาของกำนัลไปขอบคุณถึงที่แน่นอน”
หลิวโย่วสุ่ยปรายหางตามองลั่วหยางแวบหนึ่ง ภายในใจแอบลังเล เพื่อแพทย์ฝึกหัดที่เพิ่งแลกเปลี่ยนกันไม่กี่ประโยค ถึงขั้นต้องหักหน้าซ่งไห่ชางตรงๆ แบบนี้มันคุ้มค่าการลงทุนแน่หรือ
ลั่วหยางมองความลังเลนั้นทะลุปรุโปร่ง และเขาก็เตรียมหมากตาต่อไปไว้แล้ว ชายหนุ่มละมือออกจากแผ่นหลังหนา เอ่ยเสียงเรียบ “การรักษาเฟสแรกพอแค่นี้ก่อน มา… ผมจะพยุงคุณหลิวลุกขึ้นนั่ง”
“ไอ้ลั่วหยาง แกเห็นประธานหลิวโง่เป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงคิดจะเล่นปาหี่ตบตาคนระดับนี้” หวังซุ่นลี่ได้ทีขี่แพะไล่ รีบสาดโคลนเห่าทับทันที
ลั่วหยางเมินเสียงหมาเห่า เขาพยุงหลิวโย่วสุ่ยลุกขึ้นนั่งจนทรงตัวมั่นคง จากนั้นก็ง้างหมัด ทุบเปรี้ยงเข้าที่