หัวเข่าขวาของมาเฟียใหญ่อย่างจัง
ท่อนขาขวาที่ตายด้านมานานของหลิวโย่วสุ่ยกระตุกเด้งขึ้นมาทันที ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นรุนแรงจนทุกคนในห้องเบิกตาโพลง
บรรยากาศทั้งโถงรับแขกแข็งค้างดุจถูกแช่แข็ง
หวังซุ่นลี่อ้าปากหวอ ขากรรไกรแทบหลุด
เมื่อกี้มันเพิ่งจะเคาะหัวเข่าทดสอบไปหยกๆ ขาของหลิวโย่วสุ่ยแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองสักแอะ แต่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่แค่ใช้สองนิ้ว ‘จิ้ม’ เอวไม่กี่นาที ขากลับมีความรู้สึกตอบสนองแล้วเนี่ยนะ จะให้ศาสตราจารย์ระดับประเทศอย่างมันยอมรับเรื่องแหกตาแบบนี้ได้ยังไง
“แหกตา นี่มันหลอกลวงต้มตุ๋นชัดๆ ไอ้เด็กนี่ไม่ได้ใช้ยาหรือเครื่องมือแพทย์สักชิ้น ขาของประธานหลิวจะขยับได้ยังไง ประธานหลิว… คุณอย่าไปหลงกลมันเด็ดขาด” หวังซุ่นลี่โวยวายหน้าดำหน้าแดง แถสีข้างถลอก
ลั่วหยางไม่เถียง ชายหนุ่มยื่นมือขวาไปคว้าหมับที่เนื้อตรงต้นขาของหลิวโย่วสุ่ย แล้วออกแรงบิดเต็มเหนี่ยว
“โอ๊ย ซี้ดดด…” หลิวโย่วสุ่ยสูดปาก ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ลั่วหยางคลายมือออกช้าๆ “คุณหลิว… นี่ปาหี่หรือของจริง ร่างกายคุณน่าจะให้คำตอบได้ชัดเจนที่สุดนะ”
หลิวโย่วสุ่ยพยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มตื่นเต้นจนปิดไม่มิด “รู้สิ รู้ซึ