สียบเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ
คนหนึ่งช้าเป็นเต่าคลาน
อีกคนเร็วปานสายฟ้า
ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มด้วยซ้ำ
“อ๊าก” บอดี้การ์ดกุมตาร้องเสียงหลง มันเซถอยหลังไปสะดุดร่างเพื่อนร่วมอาชีพ ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นทั้งคู่
เยี่ยจือกับซ่งเหม่ยฉีช็อกจนอ้าปากค้าง สองแม่ลูกหน้าเหวอประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ซ่งตงหมิงเพิ่งดึงสติกลับมาได้ ปากสั่นระริก “แก…” มันเค้นคำออกมาได้แค่นั้น เสียงที่เหลือจุกอยู่ที่คอหอย
ลั่วหยางปรายตามอง ซ่งตงหมิงสูดลมหายใจลึก พยายามดึงฟอร์มกลับมา “แกก็คือไอ้หมอกระจอกคนนั้นสินะ… แกชื่อลั่วหยางใช่ไหม”
ลั่วหยางพยักหน้ารับนิ่งๆ
ซ่งตงหมิงแผดเสียงตวาดกร้าว “แกเป็นบ้าอะไร รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ยังไม่ทันถามว่าฉันมาทำไม ก็กล้าลงมือกับคนของฉันเลยงั้นเหรอ”
ลั่วหยางตอบเสียงเรียบ “รู้สิ แกตั้งใจจะพาตัวเหม่ยฉีไป… แต่ฉันไม่อนุญาต”
ซ่งตงหมิงแค่นเสียงหยัน “พี่สะใภ้ พี่ได้ยินที่มันเห่าไหม”
น้ำเสียงของเยี่ยจือเย็นเยียบ “ได้ยินชัดเลย… พาหมาสองตัวของนายไสหัวออกไปซะ”
“พี่สะใภ้ คุณพ่อแค่อยากเจอหน้าหลาน ผมก็เลยแวะมารับตัวไปหา แบบนี้ไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้”
“พี่สะใภ้ คุณพ่อต้องใช้เส้นสายตั้งเท