ิบเสียงเบา “เหม่ยฉี เชื่อฟังหน่อย อย่าทำคุณแม่โมโหสิ”
ซ่งเหม่ยฉีชะเง้อมองแผ่นหลังเยี่ยจือ ก่อนจะป้องปากกระซิบ “ลุงซื่อบื้อ ถ้าหนูไม่อยู่ที่นี่ แล้วลุงจะมีโอกาสทำคะแนนได้ยังไงเล่า”
ลั่วหยางชะงักกึก โดนดาเมจเด็กสี่ขวบตีแสกหน้าเข้าอย่างจัง
“แม่หนูโสดนะ ทำกับข้าวก็อร่อย ซักผ้าก็เป็น” แม่สื่อตัวน้อยร่ายสรรพคุณแม่ตัวเองเป็นฉากๆ
ในที่สุดเขาก็เก็ทจุดประสงค์ของยัยหนู ทำเอาชายหนุ่มทั้งขำทั้งอึ้ง เด็กสมัยนี้โตไวกันขนาดนี้เลยเหรอ ตัวแค่นี้รู้จักหาผัวให้แม่ซะแล้ว
บานประตูเปิดออก
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ผมยาวระต้นคอหวีเรียบแปล้จรดหนังหัว ใบหน้าซูบผอมไร้อารมณ์ อากาศร้อนตับแตกขนาดนี้ยังใส่สูทสีดำผูกเนกไทเต็มยศ รองเท้าหนังขัดมันปลาบ แผ่กลิ่นอายเคร่งเครียดและไร้มนุษยสัมพันธ์ขั้นสุด
“นั่นอาเจ็กหนูเอง ซ่งตงหมิง” ซ่งเหม่ยฉีกระซิบงุบงิบ “เขานิสัยเสียมากๆ หนูเกลียดเขา”
ลั่วหยางไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของตระกูลซ่ง จึงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร
“ตงหมิง นายมาทำอะไรที่นี่” เยี่ยจือขมวดคิ้วแปลกใจ
ซ่งตงหมิงปรายตามองลั่วหยางแวบหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มเยาะ “พี่สะใภ้ ไม่สะดวกให้ผมเข้าไปเหรอครับ”
เยี่ยจือหน้าตึง ยอมเบี่ยง