อวดมัดกล้ามและรอยสักลายพร้อย ท่าทางนักเลงหัวไม้เต็มคราบ
เหลียงจวินแสยะยิ้มกวนส้นเท้า “ไงน้องเขย นอนกับน้องสาวฉันมาเป็นปี จะเรียกสักสองแสน... มันคงไม่ขนหน้าแข้งร่วงหรอกมั้ง”
ไอ้หัวเกรียนเดินต้อนลั่วหยางให้ถอยร่นกลับเข้ามาในห้อง
เหลียงหงแค่นหัวเราะเยาะ “เกาะเศรษฐีนีได้แล้ว คิดจะชิ่งเลิกหน้าตาเฉยโดยไม่จ่ายสักแดงงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”
ลั่วหยางล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์
ไอ้หัวเกรียนถลึงตาขู่เสียงเหี้ยม “ถ้าแกกล้าแจ้งตำรวจ ฉันเอาแกตายแน่”
จังหวะนั้นเอง เสียงเย็นเยียบของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกมาจากนอกประตู
“ใครมันช่างปากดีขนาดนี้”
สายตาทั้งสี่คู่หันขวับไปที่ประตูพร้อมกัน ร่างระหงในชุดเชิ้ตขาวกระโปรงทรงสอบสีดำก้าวเข้ามา ส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าขับเน้นส่วนโค้งเว้าเย้ายวน ทว่าเรียวขายาวคู่นั้นกลับแผ่ซ่านกลิ่นอายความเย็นชาเย่อหยิ่งฉบับนางพญาออกมาข่มทุกคน
เธอคือเยี่ยจือ ในมือหิ้วถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่ที่ดูหนักอึ้ง
“พี่เยี่ย ขึ้นมาทำไมครับ” ลั่วหยางหน้าเครียด
เขาบ่มเพาะกายาจิตขมังเวทสำเร็จแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว ดัชนีแพทย์ไท่ชูก็เอาไว้จิ้มตาคนได้ การรับมือกับไอ้กุ๊ยสองตัวนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่การปรากฏตัว