หลอกเด็กให้ดีใจก็แล้วกัน
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกมาจากนอกประตู
“ผอ.ครับ หน้าคุณไปโดนอะไรมา” เสียงประจบสอพลอของ ‘เลี่ยวเจี้ยน’ แพทย์หัวหน้าแผนกดังนำมาก่อนใคร
“สะดุดล้ม” หวังซุ่นลี่ตอบเสียงห้วน
“ผอ.ช่างเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องจริงๆ ครับ บาดเจ็บหน้าบวมขนาดนี้ยังอุตส่าห์มาเดินตรวจวอร์ดอีก ไม่ยอมทิ้งงานเลยจริงๆ” เลี่ยวเจี้ยนเลียแข้งเลียขาไม่หยุด
ปัง!
บานประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักออก กลุ่มคนใส่ชุดกาวน์เดินกรูกันเข้ามา
คนที่เดินนำหน้าคือหวังซุ่นลี่ ตามด้วยเลี่ยวเจี้ยนและเหลียงหงประกบซ้ายขวา พร้อมบุคลากรทางการแพทย์อีกสองสามคน
ทันทีที่หวังซุ่นลี่เห็นลั่วหยางนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ความแค้นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง “ลั่วหยาง แกทำบ้าอะไรอยู่ฮะ”
เหลียงหงจ้องมองลั่วหยางด้วยแววตาอาฆาตแค้น รอยนิ้วมือบนหน้าเธอยังบวมเป่ง
ทว่าลั่วหยางยังคงจดจ่อกับการรักษา เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเศษสวะสองตัวที่เพิ่งเดินเข้ามาเลยสักนิด
หวังซุ่นลี่โดนเมินก็ยิ่งของขึ้น “ไอ้สวะลั่ว แกโดนไล่ออกแล้ว แกไม่มีสิทธิ์เหยียบที่นี่ ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้”
เยี่ยจือขมวดคิ้วมุ่น “ผอ.หวังคะ หมอลั่วเป็นลูกศิษย์คุณ