ง!” เด็กน้อยตอบ
ฮวามู่หลันขยี้หัวเด็กน้อยก่อนส่ายหน้า “โลกนี้ไม่มีใครงามจนล่มแคว้นล่มเมืองได้ สิ่งที่ล่มแคว้นล่มเมืองได้มีเพียงสันติภาพ!”
น้องชายเกาหัว “ท่านพี่ ข้าเข้าใจเล็กน้อยแล้ว…”
ภาพยกขึ้นสูง โลกสันติสุขฉายในฉาก ตัวอักษรใหญ่หลายตัวสว่างวูบวาบกลางอากาศ เหตุใดถึงล่มเมือง? มีเพียงสันติภาพ!
จบบริบูรณ์
ฟู่ว!
ไม่รู้ทำไมเมื่อเห็นฉากสุดท้าย หลายคนถอนหายใจยาว ราวกับยกภูเขาออกจากอกและยังได้ตระหนักรู้ ที่มากกว่านั้นคือปลงอนิจจัง
“ดีจริงๆ…” มีคนพูดเสียงเบา
“ความรู้สึกไม่เหมือนหนังฮอลลีวูดเลย หนังพวกนั้นยิ่งฆ่าคนยิ่งฟิน แต่เรื่องนี้ยิ่งฆ่ายิ่งเศร้า สงคราม…แม่งแย่จริงๆ!”
ทุกคนพากันสนทนาก่อนเดินออกจากโรง
ฟางเจิ้งเดินอยู่ข้างหลัง คว้าหางหมาป่าเดียวดาย หางกระรอก จ้องเด็กแดงต่อ เจ้าพวกนี้ดูตื่นเต้นมาก อยากจะพูดบางอย่าง แต่ที่นี่ไม่เหมาะจะพูดเลยได้แต่อดกลั้นไว้สุดชีวิต
ตอนนี้เอง วัยรุ่นสามคนอีกด้านเดินเข้ามา เดินไปพลางหัวเราะไปพลาง “อีกเดี๋ยวดูชิ่งสั่งตายจบแล้วไปดูล่มเมืองไหม?”
“ดูกับผีสิ ฉันดูหนังนี่มาตั้งแต่เด็กจนเบื่อแล้ว ไม่เอา!”
“ก็ใช่ ถ้าไม่ใช่หลี่เสวี่ยอิงแสดงนะ ฉันว่าหนังนี่คงขายตั๋วไม่ได้สักใบ