วกเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร นี่ถือว่าเป็นคนดีไม่มีพิษมีภัยไม่ใช่หรือ? ส่วนนั่นคือผู้บุกรุก! ทว่านักบวชชรามรณภาพแล้วบนสนามรบ มรณภาพบนเส้นทางทำความดีของท่าน ความรู้สึกนี้มันจุกอก! แน่นจนกระวนกระวาย!
คำพูดนักบวชชราในตอนนั้นดังผ่านในความคิด ‘ใครพูดถูกใครพูดผิดแล้วอย่างไร? ประสกมองโลกนี้ก็จะรู้คำตอบ’
หวามู่หลันมองไปนอกกระโจมอีกครั้ง ไฟสงครามลอยขึ้นฟ้า เหล็กกับโลหิต!
วันนี้หวามู่หลันพลันรู้สึกว่าสงครามแบบนี้ช่างน่ารังเกียจ!
ภาพสงครามส่งกลิ่นคาวเลือดมากขึ้น สงครามแท้จริงและโหดร้ายไม่ทำให้พวกชาวบ้านหาความสนุกและตื่นเต้นเวลาดูหนังฮอลลีวูดพบเลย แต่นัยน์ตามีความรังเกียจ…รังเกียจมาก!
สองกองทัพใหญ่ปะทะกันราวกับเครื่องบดเนื้อ ใบหน้าคุ้นตามากมายถูกเครื่องบดเนื้อบดละเอียด ความทรงจำสวยงามมากมายพังทลายลง! ชาวบ้านหลายคนน้ำตาพรากให้กับคนที่ตนชอบตายจากไปแต่กลับทำอะไรไม่ได้ อยากจะยื่นมือไปช่วยเธอ กลับมีมิติและโลกขวางไว้!
ไร้ที่พึ่ง เศร้าเสียใจ สิ้นหวัง…
ฟางเจิ้งดูถึงตรงนี้ก็อยากจะร้องไห้เสียงดัง บทและผู้กำกับสมควรตายนี่วาดคนนิสัยดีมีชีวิตชีวามากมาย บางคนเป็นคนโหรวหราน พวกเขาสู้กลับ พวกเขารักสันติภาพ แต่กลับถูก