?” ระบบพูด
“จับหอพระคัมภีร์ได้ด้วย?” ฟางเจิ้งถลึงจนตากลมโต
“ได้แน่นอน ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้!” ระบบพูดโม้เสียงดัง
“ระบบ ในเมื่อนายเก่งขนาดนี้ก็ให้ฉันสึกเถอะ” ฟางเจิ้งเอ่ย
“…”
“พี่ระบบ? พี่ระบบ? นายยังอยู่ไหม? พี่ระบบ?” ฟางเจิ้งซักถามอยู่นานก็ไร้สัญญาณตอบรับ เขาเลยแบมือด้วยความจนปัญญา “ครั้งหน้าอย่าคุยโม้ จะถูกตบหน้าเอาได้ง่ายๆ”
พูดจบฟางเจิ้งบีบแสงพุทธกลุ่มหนึ่งอย่างมีความสุขเดินกลับไปในกุฏิตน จากนั้นโบกมือ ภายในห้องมีตู้ไม้แน่นสูงสองเมตรเพิ่มมา ตู้ไม่ได้มีความสวยงามอะไรมากนัก ดูธรรมดามาก เปิดประตูตู้ออก ข้างในว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย ทว่ากลิ่นไม้จันทน์อ่อนนุ่มกลับกระจายออกมา สะอาดสดชื่น ดมแล้วสบายมาก
“ดูแล้วคงต้องรอหนึ่งอาทิตย์ถึงมีของ เฮ้อ…” ฟางเจิ้งส่ายหน้า ผิดหวังในใจเล็กน้อย
แต่ไม่นานเขาก็วางเรื่องนี้ลง หยิบขึ้นได้ก็วางได้ถึงก้าวต่อไปได้ เขาเข้าใจหลักการนี้และก็ทำได้ด้วย
ออกจากประตูมามองตะวันบนฟ้า ฟางเจิ้งคำนวณเวลาแล้วว่า “ช่วงนี้ผ่านไปเร็ว จะถึงวันสำคัญอีกแล้ว”
“อาจารย์ จะถังวันสำคัญจริงๆ พิธีอุลลัมพนะ[1]จะมาถึงแล้ว” เด็กแดงที่นั่งอยู่ในลานวัด กำลังมองกระรอกถือมีดแกะสลักเล็กแกะสลักแผ่นไผ่หนา