ต้องทำอะไร เขาวางเก้าอี้ลงก่อนถามด้วยความแปลกใจ “ขอรบกวนถามหลวงพี่หน่อยครับ เก้าอี้นี้มาจากมือปรมาจารย์ท่านใด? ผมอยากไปพบเขาหน่อย จะได้ขอเรียนรู้วิชา เจียงโจวสายตาเบลอ แม้เก้าอี้นี้จะดี แต่เพิ่งทำขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึงได้ถามแบบนี้”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ถูจมูกด้วยความเก้อเขิน เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี บอกว่าเขาทำเอง? นี่จะต้องเป็นที่สงสัยว่าเสแสร้งเอ่ยยกยอตัวเอง เลยลำบากใจอยู่นิดๆ…
ฟางเจิ้งจึงตอบไปด้วยความจริงจังมากว่า “อมิตาพุทธ เป็นฝีมืออาตมาเอง!” ขณะเดียวกันก็พูดเสริมในใจว่า ‘อาตมาโกหกไม่ได้ อืม…ไม่อย่างนั้นไม่มีทางยอมรับแน่นอน อมิตาพุทธ…น่าเศร้าใจ แม้แต่อาตมาเองยังจะไม่เชื่อคำพูดตัวเองเลย…จะร้องไห้!’
“ที่แท้ก็…เอ่อ อะไรนะ? หลวงพี่ฟางเจิ้ง ท่านเป็นคนทำ?” เจียงโจวนึกถึงคำพูดของก่วนเสียงเฟิงก่อนหน้านี้ ตอนแรกเขาฟังไปอย่างนั้นไม่ได้คิดว่าจริง ฟางเจิ้งอายุเท่าไร? ถึงยี่สิบไหม? ยี่สิบปีมีฝีมือแบบนี้? เช่นนั้นเขาล่ะ? อายุหลายสิบปีแถมยังคุยโม้ไปทั่วว่าตนเป็นอัจฉริยะ ขยันขันแข็งถึงประสบความสำเร็จในวันนี้…เทียบกันแล้ว เจ็บหน้า!
ชิวเสี่ยวเยี่ยกับฝานชิงตาค้างไปแล้ว หน้าตาดูเหลือเชื่อ
ก่วนเสียงเฟิงรู้ตั้ง