ซ่งเอ้อโก่ว แกมันขยะ ฉันให้แกเลื่อยไผ่ช้าๆ แต่แกใช้เลื่อยไฟฟ้าเนี่ยนะ! ไสหัวไปเลย” เสียงนั้นดังกังวานราวกับระฆังใหญ่
ตามด้วยเสียงพูดคับอกคับใจ “ก็คุณบอกว่าให้ตัด ไม่ได้บอกให้เลื่อยช้าๆ จนหักนี่…”
“นี่แกเถียงเหรอ? จะเรียนไหม? ไม่เรียนก็ไสหัวไป!” เสียงดังกังวานขึ้นอีกครั้ง
ก่วนเสียงเฟิงแปลกใจเลยเข้าไปดู
กำแพงของบ้านคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สูง ก่วนเสียงเฟิงยืนบนถนนก็เห็นสถานการณ์ในลานบ้าน เห็นชาวบ้านหลายคนนั่งอยู่ในลานพอดี ในมือถือไผ่เป็นตอนๆ ใช้มีดแกะสลักแกะสลักภาพลงด้านบน อีกด้านเป็นตาแก่คนหนึ่งกำลังใช้ไม้ตะบองวิ่งไล่ผู้ชายสวมหมวกลิ้นเป็ดคนหนึ่ง ทุกคนมองไปพลางหยอกล้อไปพลาง บางคนเอ่ยชมชอบ บอกว่าให้วิ่งเร็วหน่อยก็มี…
ผลคือ…
“หุบปาก! ใครกล้าหยอกล้ออีก ก็ไสหัวกลับบ้านไปเลย!” ชายชราโกรธแล้ว ตะคอกด้วยความโมโห ทุกคนจึงหุบปากพร้อมกัน
ก่วนเสียงเฟิงเห็นแบบนั้นก็สนใจ พาดบนสันกำแพงมองอยู่ไกลๆ
ซ่งเอ้อโก่วถูกชายชราจับได้แล้ว ก่อนใช้ไม้ตะบองตีก้นสองที ตีจนซ่งเอ้อโก่วร้องเสียงดัง “โอ้ย ตาขาเป๋หม่า คุณมือหนักเกินไปแล้ว…โอ้ย…เจ็บ!”
แม้ขาเป๋หม่าจะมีชื่อเรียกว่าขาเป๋ แต่ไม่ได้ขาเป๋จริงๆ ขายังคงคล่อ