“มรรคาจารย์ ท่านมองเห็นอะไรหรือ”
เยี่ยสวินตี้ถามด้วยความระมัดระวัง ส่วนเทพกระบี่ไม่ใส่ใจนัก เขาเดินไปหาหวงเทียนและเฮยเทียน เริ่มพูดคุยเรื่องไท่หวงกับสองปีศาจ เจียงฉางเซิงไม่ได้ปิดบัง เขาบอกสิ่งที่ตนเห็นและได้ยินให้ฟัง เมื่อเทพกระบี่กับไป๋ฉีและปีศาจอีกสองตัวได้ยิน ต่างก็หันมามอง
เผาราชาไท่หวงหรือ ฟ้าจะทลาย? แล้วยังมีคงคาลี้ลับนอกพิภพอีก!
ทุกคนล้วนฟังอย่างตกตะลึง ราวกับพวกเขาได้สัมผัสกับโลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
เยี่ยสวินตี้พูดอย่างประหลาดใจ “ไม่นึกเลยว่าไท่หวงที่ดูเหมือนป่าเถื่อนและโบราณจะมีเผาราชาด้วย ฟังจากที่ท่านบอกแล้ว สมัยก่อนไท่หวงต้องเคยมีกฎเกณฑ์คล้ายเผ่ามนุษย์ มิเช่นนั้น เผาราชาจะระดมเผ่าสัตว์อสูรต่างๆ ได้อย่างไร”
เจียงฉางเซิงกล่าว “ย่อมต้องมีอยู่แล้ว สัตว์อสูรแห่งไท่หวงสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ ภาษาเหล่านั้นส่วนมากคล้ายคลึงกัน ไท่หวงคงเคยมีอารยธรรมที่รุ่งเรืองยิ่งกว่าเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจ เพียงแต่เรายังไม่เจอ หรือไม่อารยธรรมนั้นก็ล่มสลายไปในสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์เสียแล้ว แต่ประวัติศาสตร์นั้นวนเวียนมาซ้ำรอย จวบจนถึงวันนี้ เผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจยังไม่อาจเหยียบย่างเข้าไปในไท่หวงได้ แสดงว่าโดยรวมแล้ว สภาพแวดล้อมของไท่หวงยังสูงส่งกว่ามหาสมุทรไร้ขอบเขตเสียอีก”
เยี่ยสวินตี้พยักหน้า จากนั้นจึงเล่าประสบการณ์ที่ได้พบเห็นในช่วงหลายปีมานี้ โดยมีเทพกระบี่แทรกบทสนทนาเป็นระยะๆ ไท่หวงเป็