ดระวังตัวอย่างที่สุด แม้เขาจะดูแข็งแกร่ง แต่ก็เป็นเพียงแค่ในขอบเขตที่ระบบรับรู้ ดังนั้นจึงยังไม่ควรประมาท เขาตั้งใจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกปรือฝีมือเพื่อเพิ่มพูนพลังของตนเองมากกว่า เยี่ยสวินตี้ได้ฟังก็ได้แต่ยอมแพ้
สองคนอยู่ในลานเรือนได้ครึ่งเดือนก็จากไปอีกครั้ง เมื่อชินกับวิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์แล้ว พวกเขาก็ทนไม่ไหวที่จะต้องอาศัยปราณวิญญาณยุทธ์ในการหลอมร่างเพิ่มพลัง เพราะเช่นนั้นเชื่องช้าเกินไปจริงๆ
เจียงฉางเซิงอดคิดไม่ได้ว่า ‘ดูเหมือนวิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์จะส่งผลกระทบต่อวิถียุทธ์มากเกินกว่าที่ข้าคาดไว้ หรือจะกลายเป็นวิถียุทธ์หลักในอนาคตกัน ถ้าเช่นนั้น ความขัดแย้งระหว่างเผ่ามนุษย์และอสูรก็คงไม่อาจคลี่คลายได้’
นี่จะนับว่าเป็นเจตจำนงที่สวรรค์ลิขิตไว้หรือไม่ โลกหล้าไม่อนุญาตให้เผ่าพันธุ์ต่างๆ อยู่รวมกันอย่างแท้จริง ต้องมีการเข่นฆ่าซึ่งกันและกันจึงจะทำให้ทรัพยากรของฟ้าดินยังคงเพียงพอ เมื่อสิ่งมีชีวิตมีจำนวนมากเกินไป ฟ้าดินไม่อาจรองรับได้ ก็คงเกิดความวุ่นวายใหญ่หลวง
ช่างมันเถิด อย่างไรข้าก็บำเพ็ญเซียน!
เจียงฉางเซิงหลับตาและฝึกวิชาต่อ ส่วนแผ่นศิลาที่เยี่ยสวินตี้มอบให้เขา เขาก็เก็บไว้ในแหวนมหาวิญญาณไปแล้ว แผ่นศิลานั้นมีคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง อาจจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า
เดือนเก้า คิมหันตฤดูมีอากาศร้อนระอุ
เจียงฉางเซิงกำลังเตรียมโอสถเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกไป๋ฉี ทั้งสามนั่งยอง