นักพรตเต๋าเล่อเทียนเห็นแบบนั้นพลันหัวเราะ ยิ้มมีความสุขมาก ให้ความรู้สึกว่าประสบความสำเร็จในการทำให้คนอื่นอับอาย
ฟางเจิ้งพบว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนชอบหัวเราะมากจริงๆ เหมือนเรื่องเล็กน้อยก็ทำให้เขาหัวเราะเสียงดังสบายๆ ได้แล้ว ไม่ใช่หัวเราะแบบเสแสร้ง แต่หัวเราะสบายๆ จริงๆ นี่อธิบายได้ว่าในใจเขาไม่มีธุลีใดๆ ไร้สิ่งปนเปื้อน ทะลุปรุโปร่ง มีความสุขก็หัวเราะ ไม่มีความสุขก็ร้องไห้ โกรธก็ด่าทอ ทุกอย่างอยู่ระหว่างหนึ่งความคิด ทำทุกอย่างตามแต่ใจ…
เทียบฟางเจิ้งกับนักพรตเต๋าเล่อเทียนแล้ว พบว่าเขายังห่างไกลจากนักพรตเต๋าเล่อเทียนในจุดนี้ ในใจเขายังมีข้อผูกมัดไร้รูปพันธนาการอยู่ ทำให้เขาไม่อาจปล่อยมือได้อย่างสมบูรณ์ ไปใช้ชีวิตที่สง่าผ่าเผย มีอิสระและเผชิญหน้ากับเจตนาเดิม ทว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนกลับชี้เส้นทางให้เขา เส้นทางที่จะให้เขาเดินหน้าไป อย่างน้อยจากนี้เขาก็รู้แล้วว่าจะเดินไปทางไหน
ฟางเจิ้งพูดว่า “อมิตาพุทธ คำพูดของท่านสุดยอดมาก ขนาดอาตมายังยึดติดกับสิ่งภายนอกเลย”
“เจ้าอาวาสเกรงใจไปแล้ว ชาเสร็จแล้วมาชิมเถอะ บอกไม่ได้ว่ารสชาติดีแค่ไหน แต่ดื่มเยอะๆ…” นักพรตเต๋าเล่อเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ลิง หมาป่าเดียวดาย กระรอกแ