งคนกลับเข้าอารามอีกครั้ง เดินไปพลาง นักพรตเต๋าเล่อเทียนแนะนำพืชดอกในลานให้กับฟางเจิ้งไปพลาง ครึ่งหนึ่งเป็นโสม อีกครึ่งเป็นสมุนไพรต่างๆ และยังมีไม้ดอกไว้ชมโดยเฉพาะอีกเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนเชี่ยวชาญเรื่องไม้ดอกมาก ไม่ว่าดอกอะไรพืชอะไรจะลากฟางเจิ้งไปคุยอยู่นาน
ฟางเจิ้งฟังอย่างออกรส เขาพูดจนน้ำลายกระเด็นเป็นสะเก็ดดาว สองคนอยู่ด้วยกัน นึกแค้นว่าทำไมถึงเพิ่งมารู้จักกันเอาตอนนี้
พูดจบดูครบแล้วจึงกลับเข้าอาราม นักพรตเต๋าเล่อเทียนอดปลงอนิจจังไม่ได้ “หลวงพี่ฟางเจิ้ง คุยกับท่านสนุกมาก! พอคุยกับปัญญาชนไร้ศีลธรรมนั่นแล้วเหนื่อย พูดอะไรไปก็เถียงตลอด จะแย้งตลอด คุยก็คุยดีอยู่หรอก แต่คุยไปคุยมาแล้วทะเลาะกัน ทุกครั้งที่เจอหน้าจะทะเลาะกับเขาทั้งวัน แถมเจ้านี่มีนิสัยไม่ชนะไม่ยอมไปอีก ชอบมาขอกินขอดื่มกับอาตมาอย่างไร้ยางอายประจำ แถมยังด่าอาตมาอีก…ท่านว่าทำไมโลกนี้ถึงมีคนหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้ ที่น่างงคือมาขู่ว่าจะกินอาหารกักตุนของอาตมาให้หมดอีก บอกให้อาตมายอมแพ้ซะ! เฮ้อ…ถ้าท่านอยู่บนเขาลูกนี้ก็ดี แบบนั้นอาตมาจะไม่ไปมาหาสู่กับเขาอีก”
………………………..…..