“ตะโกนอะไร ก็แค่อ้วกเอง? ไม่อ้วกจะขับพิษยังไง? อ้วกเสร็จก็หายดีแล้ว”
แม้จะพูดสบายๆ แต่นักพรตเต๋าเล่อเทียนก็ยังหยิบขวดดินเผาขวดเล็กเดินออกไปกับฟางเจิ้ง
เห็นแค่ชายชราโค้งตัวอ้วกตลอด อ้วกออกมากองหนึ่ง อยู่ไกลๆ ยังได้กลิ่น ฟางเจิ้งสงสัยหนักมากว่าที่นักพรตเต๋าเล่อเทียนไม่ให้สองคนนี้เข้ามาเพราะไม่อยากให้อารามมีกลิ่นอ้วกนี่เอง
เมื่อนักพรตเต๋าเล่อเทียนมาถึง ฝานชิงรีบวิ่งเข้ามา ขณะจะพูด นักพรตเต๋าเล่อเทียนส่งสายตาให้เขาหดหัวกลับไปเสีย จากนั้นเดินมาที่หน้าชายชราอย่างเนิบๆ และหยิบเม็ดยาสีแดงส่งให้ไปหนึ่งเม็ด “กินซะ”
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองเล่อเทียน ไม่ได้ถามอะไรมาก แต่หยิบไปกินเลย
นักพรตเต๋าเล่อเทียนเลิกคิ้วขึ้น แววตามีความสุขเล็กน้อย แววตาที่มองชายชราดูชื่นชมอยู่บ้าง พูดด้วยสีหน้าอ่อนโยนว่า “กินยาอาตมาแล้วประสกก็รอดตายแล้ว แต่ต้องพักผ่อนเยอะๆ ที่นี่ไม่เหมาะกับประสก รีบออกไปจะดีกว่า”
ชายชราเอ่ย “ขออนุญาตถามชื่อเต๋านักพรตครับ บุญคุณที่ช่วยชีวิตครั้งนี้ผมจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนว่า “ถ้าประสกอยากขอบคุณอาตมาจริงๆ จากนี้อย่ามารบกวนอาตมาอีกก็พอ”
พูดจบ นักพรตเต๋าเล่อเทียนก็เรียกฟางเจิ้ง สอ