ขาให้พวกเขา” ซ่งเอ้อโก่วกล่าว
ฟางเจิ้งตาเปล่งประกาย “ขึ้นเขา? พวกเขาจะขึ้นเขาลูกไหน?”
“ภูเขาทงเทียน ตอนเด็กผมเคยได้ยินคนแก่เล่าว่าบนเขาเหมือนจะเป็นสุสานอ๋อง แต่ก็พูดกันมาแบบนั้น มีแต่ผีที่รู้ว่ามีหรือไม่มี ถึงยังไงก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว คนขึ้นเขาเยอะ ะจะตายไป ไม่เห็นใครเคยขุดสมบัติอ๋องอะไรได้เลย” ซ่งเอ้อโก่วกล่าว
ฟางเจิ้งยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องหา อาตมาจะเป็นคนนำทางให้พวกเขาเอง ประสกคิดว่าไง?”
“ท่าน?” ซ่งเอ้อโก่วชะงักงัน จากนั้นยิ้มแห้งๆ “ช่างเถอะ ถึงตอนเด็กท่านจะซุกซน แต่ท่านน่าจะไม่ค่อยเข้าไปภูเขาทงเทียนเท่าไร? อย่างมากก็เดินเตร่รอบนอก ท่านจะพาไปได้ยังไง?”
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “วางใจได้ อาตมามีวิธีนำทาง อย่าลืมล่ะ หมาป่าที่วัดอาตมาก็มาจากภูเขาทงเทียน ให้นำทางได้ไม่มีปัญหา”
“จริงเหรอ?” ซ่งเอ้อโก่วถาม
ฟางเจิ้งพยักหน้าอย่างมั่นใจ “แน่นอน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง ผมจะไปคุยกับพวกเขาเอง” ซ่งเอ้อโก่วพยักหน้าทันที ก่อนถาม “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง แล้วท่านจะคิดค่านำทางเท่าไร?”
“รอบนอกห้าร้อย ข้างในหนึ่งพัน” ฟางเจิ้งไม่อยากรับเงินจริงๆ ระบบเคยบอกไว้ว่าเขาจะทำการค้าขายได้กำไรใดๆ ไม่ได้ แต่ถ้าฟางเจิ้งไม่รับเงิน เดา