ขานั่นมีแค่เขาคนเดียว ที่เหลือก็เดรัจฉานกับเด็ก ถ ถึงตอนนั้นถ้าวัดมีอะไรหายไปละก็ เหอะๆ…อีกอย่าง ในภูเขามีหมาป่ากับหมูป่าเยอะ ถ้าเกิดหลงทางหรือเกิดเหตุไม่คาดคิด ก็จะโทษพวกเราไม่ได้หรอกมั้ง?”
“ลุงต๋า ถ้ามีคนเฝ้าล่ะ?” จางจื่อถาม
“นั่นไม่เกี่ยวกับเรา ตอนนั้นเราอยู่ในภูเขา” ลุงต๋าตอบอย่างลำพองใจยิ่ง
“ลุงต๋า หรือลุงจะหาคนอื่น?” จางจื่อถามตามจิตใต้สำนึก
“ไร้สาระ! ระฆังนั่นไม่รู้ว่าหนักกี่ตัน แค่พวกเราไม่กี่คนขนกันไม่ไหวหรอก ภูเขาสูงขนาดนั้นจะเอาลงมายังไง? ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งดี แต่ก็ต้องดูอาหารใต้ปากด้วย ไม่อย่างนั้น จะสำลักตายได้ง่ายๆ” ลุงต๋ามองค้อนจางจื่อทีหนึ่งก่อนเอ่ยต่อว่า “ลุงติดต่อเถ้าแก่ซยงไว้แล้ว ลุงแจ้งข่าวกับวางแผน เขารับผิดชอบเรื่องคน จบเรื่องก็แบ่งกันคนละครึ่ง…พวกแกอย ย่าโมโหที่ได้น้อยล่ะ ถ้าขายระฆังนี่ได้จริงๆ ได้กำไรมาพอให้พวกแกใช้ได้หลายชาติเลย”
“ลุงต๋า ลุงไม่พูดฉันก็ไม่เคยคิดหรอกนะ แต่พอลุงพูดฉันก็นึกแปลกใจ ระฆังใหญ่ขนาดนั้น ไม่มีรถยกก็ขยับไม่ได้นี่? ภูเขาสูงนั่นทางเดินชัน รถยกขึ้นไปไม่ได้ ต้องใช้แรงคน นี มันไม่สมเหตุผลเลย?” อิงจื่อถาม
“ไม่สมเหตุผล? ไม่สมเหตุผลแล้วจะเอา