้พลั้งมือมาฆ่าคนเลย
อีกฟากหนึ่ง ณ เขามังกรผงาด
เจียงฉางเซิงเก็บเกาทัณฑ์และแอบด่าไปว่า“เหนื่อยจริง วิ่งกันอยู่ได้!”
เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นคิดเชื่อมโยงมาถึงมรรคาจารย์ เขาจึงจงใจเปลี่ยนสีลูกธนูและใส่ดวงจิตไว้ในนั้นด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ทำร้ายถูกผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์ แต่เพราะมีคนตกใจและแย่งกันหนีมากเกินไปจึงทำให้ได้รับบาดเจ็บ หากมิใช่เพราะเขาเดาเหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้วและใช้ดวงจิตคอยควบคุมลูกธนู คาดว่าต้องมีคนจำนวนไม่น้อยตายด้วยน้ำมือเขา แต่เมื่อลงมือทำเช่นนั้น สิ่งที่แลกมาก็คือเขาต้องใช้พลังวิญญาณมากเกินไป
เขาตัดสินใจแล้วว่าวันหน้าห้ามทำเช่นนี้อีก แต่จะเข้าไปสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็มอบให้เผ่ามนุษย์จัดการกันเอง หากต้องตายด้วยน้ำมือศัตรูก็เป็นเพราะพวกเขาไร้ความสามารถเอง แต่หากเขาพลั้งมือสังหารไปก็จะต้องมีคนจำนวนหนึ่งโทษเขาเป็นแน่
ไป๋ฉีถามด้วยอาการตื่นเต้นว่า“จัดการได้แล้วหรือ เหตุใดจึงยิงลูกธนูตั้งมากมายเล่า”
จือจวิน หวงเทียนกับเฮยเทียนก็มองเจียงฉางเซิงด้วยเช่นกัน
เมื่อครูนี้มือขวาของเจียงฉางเซิงรัวเป็นระวิง ยิงลูกธนูอย่างบ้าคลั่ง ลูกธนูนับไม่ถ้วนยิงขึ้นไปบนฟ้าราวกับดอกไม้ไฟดวงใหญ่ ทำให้ชาวบ้านและผู้ฝึกยุทธ์ในรัฐชื่อพูดถึงเรื่องนี้ และล้วนเดาได้ว่าเป็นฝีมือของมรรคาจารย์จึงไม่ได้ตื่นตระหนกกัน
เจียงฉางเซิงเดินมานั่งใต้ต้นวิญญาณปฐพี แล้วกล่าวว่า“อืม ศัตรูมีค