องมีคนสี่คนมาอยู่นอกประตู ฟางเจิ้งเลิกคิ้วขึ้นมองญาติโยมเหล่านี้ เขาไม่ใช่นกน้อยไร้ประสบการณ์ที่เพิ่งออกจากกระท่อมในตอนแรกนานแล้ว เขายังมีสายตาอยู่หลายส่วน สี่คน นนี้เป็นชายสามหญิงหนึ่ง นัยน์ตามีประกายวาววูบไหว มีกลิ่นอายบาปกรรมไม่เบา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนนับถือพุทธอย่างจริงใจ แต่คนประเภทนี้มีน้อยมากที่จะมีความเชื่อ แต่จะไม่เชื่ออะไ ไร
ทว่าฟางเจิ้งไม่ได้ตรงเข้าไปสืบเสาะ แต่มองอยู่ไกลๆ อ่านพุทธคัมภีร์ต่อ
“ลุงต๋า ลุงดูระฆังใหญ่นั่น! ไม่เหมือนของโบราณเลย ใหม่มาก” อิงจื่อพูดเสียงเบา
ลุงต๋าเงยหน้ามองระฆังใหญ่หย่งเล่อพลางพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ว่าจะใช่ของโบราณหรือไม่ ระฆังใหญ่แบบนี้เกรงว่าคงจะใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ถ้ามีอายุหน่อย มันจะเป็นสมบัติที่ประเมินค่า าไม่ได้”
‘ซี้ด!’ อิงจื่อกับจางจื่อสูดลมหายใจเย็นๆ
ตอนนี้เจ้าใบ้หยิบกล้องส่องทางไกลมองระฆังใหญ่หย่งเล่อ จากนั้นพูดอือๆ อาๆ
อิงจื่อกับจางจื่อเหงื่อตก ไม่เข้าใจว่าเจ้าใบ้พูดอะไร
ลุงต๋าว่า “เขาบอกว่ากรรมวิธีของระฆังนี่ดีมาก ประณีตมาก ต่อให้เป็นของในสมัยนี้ มูลค่าก็สูงจนน่าตกใจ มีค่ากว่าของทั้งหมดที่เราหามาเมื่อก่อน!”
“อะไรนะ?!” อิงจื่อกับจางจื่อตกใจจร