ผ่านไปพักใหญ่ ฟางเจิ้งถึงคิดกลับมาดู จากนั้นบอกลาหยางหวา เขาชมการแสดงชุดนี้ไม่ไหวจริงๆ
ทว่าตอนนี้เองฟางเจิ้งเห็นร่างเงาหนึ่งวิ่งเข้าป่าไม้ ดูร้อนใจมาก
ฟางเจิ้งตามเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พิจารณามองดีๆ แล้ว นั่นคือจ้าวอู่
เห็นจ้าวอู่ถือกล่องใบหนึ่งมาข้างหลังป่าไม้ หยิบของในนั้นออกมาวางบนพื้นด้วยความเคารพ นั่นคือป้ายวิญญาณ!
จากนั้นจ้าวอู่คุกเข่าลงหน้าป้ายวิญญาณ เอาหัวโขกพื้นดังปักๆๆ โขกไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง “แม่ ลูกไม่กตัญญู วันนี้ลูกแสดงมั่วซั่วแบบนั้นอีกแล้ว ทั้งยังดูถูกบรรพบุรุษ ลูกรู้ ลู กทำแบบนี้จากนี้ตายไปจะไม่มีสิทธิ์เข้าสุสานบรรพบุรุษ แต่ลูกไม่มีทางเลือก ลูกต้องมีชีวิต…ฮือๆ…”
พูดถึงตรงนี้ จ้าวอู่ก็เป็นบ้า ร้องไห้ น้ำตาไหลพราก เอาหัวโขกพื้นราวกับตำกระเทียม
ฟางเจิ้งเห็นถึงตรงนี้ก็ปวดใจ
หากพูดให้น่าฟังหน่อย จ้าวอู่คือหัวหน้าคณะแสดง พูดให้ใหญ่ขึ้นไปหน่อยคือเถ้าแก่น้อย หากพูดให้เล็กลง ความจริงแล้วเป็นเพียงคนขายศิลปะทุกแห่งหน อาศัยความสามารถตนเองหาเงิน กิน เลี้ยงดูปากท้องครอบครัวไปวันๆ เลี้ยงดูคนที่กินข้าวกับเขาเหล่านั้น เขาก็อยากแสดงให้ดีเหมือนกัน แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับความต้องการที่ตายขอ