งตลาดแล้ว พวกเขาคัดค้านไม่ได้เลย ย ได้แต่ไปตามกระแส ขึ้นเวทียิ้ม ลงเวทีร้องไห้ เบื้องหลังรอยยิ้มมีความโศกเศร้าและทุกข์ทนมากนัก
ตอนนี้เองภรรยาจ้าวอู่เดินมา คุกเข่าข้างจ้าวอู่เช่นกัน ตบบ่าเขาพลางพูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่แสดงแบบนี้ คุณจะหามุมที่ไม่มีคนเห็นร้องไห้ อย่าร้องเลย เราม มีชีวิตต่ำต้อยโดยกำเนิดก็เป็นแบบนี้แหละ…”
“ตอนแรกผมพาคุณเข้าวงการ บอกไว้ดิบดีว่าจะแสดงแต่สิ่งที่ถูกต้อง แสดงสิ่งดีๆ ที่สืบทอดกันมา แต่ว่า…ขอโทษ” จ้าวอู่กล่าว
“ไม่ต้องพูดแล้ว ผ่านมาตั้งหลายปี คุณพูดมาตั้งหลายครั้ง พอขึ้นเวทีอย่ามองว่าตัวคุณเป็นจ้าวอู่เลย…มีผู้อาวุโสคนหนึ่งเคยบอกว่าพวกเราแสดงระบำคู่ก็ต้องมีสองหน้า หน้าหนึ่งเป ป็นหน้าด้าน ขึ้นเวทีต้องละทิ้งทุกอย่าง ให้ผู้ชมพอใจก็พอ อีกหน้าเรียกว่าเข้มแข็ง…” พูดถึงตรงนี้ จ้าวอู่ตาแดงแล้ว คำพูดเหล่านี้ดูธรรมดา แต่ฝ่าฝืนเจตนาเดิมจริงๆ ตอนที่แสดงส สิ่งที่ตนรังเกียจก็เหมือนกับตอนที่ตัวตลกเล่นตลกให้คนอื่นดู ต่อให้ได้เงิน ภายในใจก็ยังเป็นทุกข์
จ้าวอู่พูด “เขายังเคยบอกว่าความฝันอยู่ตรงหน้าความเป็นจริงก็คือกระจกหน้ารถบรรทุก ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ผมไม่ยอม ระบำค