“อมิตาพุทธ” ตอนนี้เองเสียง สวดดังขึ้นอีกครั้ง เฉินเหล่าพลันประนมสองมือมองฟางเจิ้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “แกคือฟางเจิ้ง? ฉันเคยออกบวชที่ภูเขาหลงเป้ย เจ้าอาวาสวัดสันหลังมังกร คือศิษย์พี่ฉันเอง”
“อ้อ” ฟางเจิ้งตอบกลับเรียบๆ คำหนึ่ง ในมุมมองเขา คุณออกจากวัดแล้ว ไว้ผมแล้ว แถมยังทำเรื่องสิ้นมโนธรรมแบบนี้ ยินยอมทำเรื่องชั่วด้วยตนเอง พุทธศาสนาไม่มีทางเก็บคุณไว้แน่! ไม่ เกี่ยวอะไรกับพุทธศาสนาอีก ในเมื่อไม่เกี่ยว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดดี
“ทำไม พบพุทธสาวกด้วยกันแล้วไม่ทักทายเหรอ?” เฉินเหล่ากล่าว
ฟางเจิ้งเลิกเปลือกตาขึ้น “อยากให้อาตมาช่วยอาจารย์ประสกชำระสะสางประตูวัดให้เอาไหม?”
“ปากดี! แกคิดเหรอว่าแกคนเดียวจะออกจากที่นี่ไปได้?” เฉินเหล่าโกรธแล้วเหมือนกัน
ฟางเจิ้งหัวเราะเยาะ “อาตมาย่อมไม่คิดแบบนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นแกก็ทำตัวดีๆ หน่อย” สวีเหยียนว่าด้วยความโกรธ
หลิวต้าเฉิงเอ่ยเช่นกัน “ฟางเจิ้ง นายอย่าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ถึงตอนนั้นเสียแขนเสียขาไปยังถือว่าดี แต่ถ้าตายจะไม่เหลืออะไรเลย ถือว่าพวกเราเป็นเพื่อนเก่า…”
“อ้อ เพื่อนเก่าเข้ามานี่สิ” ฟางเจิ้งพูด
หลิวต้าเฉิงเดินเข้ามาจริงๆ โดยรอบเป็นคนของตน เขาจะกลัวอะไร? ฟางเจิ้งก