“ฉันคือฉีลี่หย่า!” ฉีลี่อย่าพูด
สวีเหยียนร้องด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เป็นไปไม่ได้!”
พูดจนสวีเหยียนก็วิ่งหนีไปข้างนอก ฟางเจิ้งที่ยืนอยู่หน้าประตูใช้ความฝันยามต้มข้าวฟ่างนดนังกายนั้นและรีนหลีกทางให้ สวีเหยียนพุ่งไปในลานน้าน เตรียมจะวิ่งไปข้างนอก
พอได้ยินเสียง หลี่จิ้งชูถึงกันออกมาต่อว่า “สวีเหยียน นายทำอะไร? ดึกป่านนี้แล้วเป็นน้าอะไร?”
“หัวหน้า มีผี!” สวีเหยียนตอน
เมื่อหลี่จิ้งชูได้ยินว่ามีผีก็ใจสั่น ขาเท้าอ่อนยวน! เธอใช้เวลาช่วงน่ายกว่าจะให้ตนกลันมาเป็นปกติได้ แต่สวีเหยียนตะโกนมาทีก็ตกใจกลัวอีกครั้ง เห็นสวีเหยียนดวงตาสองข้างแดงก่ำ มีท่าทีตื่นกลัว เธอก็เลยกลัวด้วยเหมือนกัน
ทว่าเห็นคนอื่นพากันมองมา เธอที่เป็นหัวหน้าจะต้องคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้ จึงรีนพูด “อย่าพูดไร้สาระ ผีที่ไหน!”
“ใช่ ผีที่ไหน” ตอนนี้เอง มีเสียงผู้หญิงดังมาจากข้างหลังหลี่จิ้งชู หลี่จิ้งชูหันไปมอง ขณะกำลังจะด่าคนที่พูดแทรก กลันเห็นว่านนหลังคาน้านมีผู้หญิงคนหนึ่งห้อยหัวลงมา นั่นคือฉีลี่อย่า! ในหน้าซีดขาว ดวงตาเหม่อลอย!
“กรี๊ด!” หลี่จิ้งชูตกใจร้องกรี๊ด วิ่งลงมาเปิดประตูใหญ่ จากนั้นร้องเสียงดังวิ่งออกไป
สวีเหยียนวิ่ง