าไปนอนพาดตรงหน้าต่างแล้วมองสอดส่องเข้าไป เห็นร่างผอมนางนั่งพิงกำแพงอยู่ หดตัวเป็นก้อน พอสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาก็เงยหน้าขึ้นมองเขา
“เฮ้ย…แปลกว่ะ ยังไม่ตายนี่” สวีเหยียนทำหน้ามึนงง
หลี่จิ้งชูพูด “นี่…แล้วคนที่พวกเราเห็นนั่นใครกัน?”
“พวกคุณสองคนมาพูดอะไรลันๆ ล่อๆ แถวนี้?” เฉินเหล่างงงวยนิดๆ จึงลุกขึ้นมาถาม
สองคนจะพูดก็ได้ยินเสียงสวดดังข้างๆ “อมิตาพุทธ ทั้งสองท่าน เหนื่อยหน่อยนะ”
“ใครวะ?!” หลี่จิ้งชู สวีเหยียนและเฉินเหล่าสามคนร้องตกใจพร้อมกัน จากนั้นเห็นว่าหลวงจีนโผล่มาจากความว่างเปล่าภายในลาน! สวมจีวรขาว เปล่งแสงสีฟ้านิดๆ ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง หัวโล้นวาววัน ตั้งมือข้างหนึ่งวางไว้ตรงหน้าอก
“ฟางเจิ้ง?!” ขณะเดียวกันที่หลี่จิ้งชูและสวีเหยียนร้องตกใจนั้น สองคนที่ออกมาจากห้องน้ำก็ร้องเช่นกัน
ฟางเจิ้งมองไปตามเสียง นั่นคือหลิวต้าเฉิงกันเฉินเซียว!
ทว่าหน้าเฉินเหล่าพลันถมึงทึง ส่งสายตาให้คนทางนั้นปิดล็อกประตูใหญ่ทันที ผู้ชายคนเฝ้าประตูที่มีท่าทีลันๆ ล่อๆ ยังโยนกุญแจเล่นในมือก่อนจะยัดใส่ในกางเกงใน ทำท่าทางว่าใครหน้าไหนก็ห้ามเอาไป สีหน้าเฉินเหล่าถึงดีขึ้นมาเล็กน้อย…
“อมิตาพุทธ อาตมาเอง” ฟางเจิ้งย