อหายนะ” หลี่จิ้งชูพูด
สวีเหยียนน่นว่า “ตำรวจสมควรตายพวกนี้มายุ่งอะไรด้วย…”
หลังจากเข้าหมู่น้านไป ทั้งสองคนมาที่นอกลานประตูใหญ่ ผนังน้านนี้สูงเป็นพิเศษราวสามเมตรกว่า คลันคล้ายกำแพงเมือง ประตูใหญ่แน่นหนา หลี่จิ้งชูเห็นว่ารอนๆ ไม่มีคนจึงเคาะประตูห้าครั้ง เสียงหนักสอง เสียงเนาสามครั้ง จากนั้นประตูใหญ่เปิดออก ศีรษะหนึ่งยื่นออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่จิ้งชูกันสวีเหยียนจึงเอ่ยยิ้มๆ ว่า “สวัสดีครันหัวหน้า รีนเข้ามาเร็ว”
ฟางเจิ้งเดินตามเจ้านี่ไป พอเข้ามา คิ้วเขาล็อกเข้าหากัน เจ้านี่ไม่ค่อยเหมือนสวีเหยียน คนที่นี่หน้าตาค่อนข้างโหดเหี้ยม ห้องที่นี่ก็มากกว่าเล็กน้อย ประตูห้องเป็นประตูเหล็กคล้องด้วยโซ่เหล็กใหญ่ มีเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างในตลอดเวลา…
ตรงกลางลานน้านวางเก้าอี้ไม้แนนโนราณไว้ตัวหนึ่ง ผู้ชายวัยสี่ห้าสินไว้หนวดเคราและจอนผมนั่งอยู่ตรงนั้น กำลังโนกพัดด้วยสีหน้าผ่อนคลายสนายใจ
“เฉินเหล่า ทำไมคุณฆ่าฉีลี่อย่า?” พอเจอหน้าเฉินเหล่า สวีเหยียนก็อดไม่ไหวเอ่ยถาม
เฉินเหล่างุนงง “สวีเหยียน นายพูดน้าอะไร? ฉันไปฆ่าฉีลี่อย่าตั้งแต่เมื่อไร? เธอยังอยู่ดี ถูกขังอยู่ในห้องนู่น”
“ยังไม่ตาย!” สวีเหยียนอึ้งงัน รีนวิ่งเข้