ยคือการทำธุรกิจร่วมกับผู้บริหารใหญ่ พวกเราเป็นเถ้าแก่ ทุกคนอยู่ระดับเดียวกัน กินข้าวยังให้อีก ฝ่ายมาดูแลมันก็ไม่ได้ไหม?” หม่าจื้อตอบกลับทันที เห็นได้ว่าแม้เขาจะไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่ฟังผ่านหูทั้งคืนวันก็ยังท่องจำขึ้นใจ
ซ่งเข่อหลิงมองหม่าจื้อทีหนึ่ง ก่อนจะมองฟางเจิ้ง แล้วเดินไปโดยไม่ได้คิดอะไร
หม่าจื้อพูดเสียงเบาทันที “หลวงพี่ วันนี้พอแค่นี้ ผมขอตัวก่อน”
“อืม ไปเถอะ” ฟางเจิ้งพยักหน้า หม่าจื่อจึงเดินไป
ตอนนี้เองหัวหน้าหลี่จิ้งชูหิ้วถุงสีดำออกมา ข้างๆ ยังมีผู้ชายคนหนึ่ง สองคนเดินออกจากบ้านไป
สวีเหยียนมาส่งหลี่จิ้งชูแล้วก็มองฟางเจิ้ง “ฟางเจิ้ง ถ้านายว่างก็ไปเรียน อย่าใจลอย”
ฟางเจิ้งถาม “เรียน? เรียนอะไร?”
“เรียนการแบ่งปันอย่างไง…ช่างเถอะ ฉันจะสอนนายเอง” สวีเหยียนอารมณ์ดีแล้ว ได้เงินมาหมื่นหยวนก็มีความสุข ย่อมมองฟางเจิ้งถูกชะตาขึ้นไม่น้อย จึงพาฟางเจิ้งมานั่งที่โต๊ะ จากนั้นยัดส สมุดให้เล่มหนึ่ง “นี่คือสมุดบันทึกหลังจากนี้ของนาย จะต้องจดบันทึกทุกวัน พวกเราจะตรวจ ถ้าไม่บันทึกก็ไม่ต้องกินข้าวหนึ่งวัน” สวีเหยียนกล่าว
ฟางเจิ้งพลันกลอกตา การล้างสมองเริ่มแล้วจริงๆ…
สวีเหยียนพูดต่อ “อันดับแรกฉันจะให้แปดคำกับนาย ถ่อม