ฟางเจิ้งเกาหัว “ขอโทษที สายตาอาตมาไม่ค่อยดี เมื่อกี้น้ำเดือดแล้วเหมือนว่าในนั้นจะมีข้าวกลิ้งอยู่จริงๆ ก็คิดว่ายังไม่ได้ล้างหม้อเสียอีก…”
“นาย…” ซ่งเข่อหลิงโกรธจนตาเหลือก แม้พวกเขาจะเก็บเงินค่าอาหารทุกคน แต่เงินค่าอาหารไม่เยอะ หนึ่งคนสิบหยวนต่อวัน! หนึ่งวันสิบหยวนจะกินอะไรได้? มีหมั่นโถว โจ๊ก และผักดองเค็ม เธอเองก็อยากกินของดีๆ เหมือนกัน แต่มันไม่มีเงิน! คนที่นี่จะมีสักกี่คนที่จ่ายได้มากกว่านั้น? ทว่าเธอจะพูดออกไปไม่ได้ เพราะเธอรับเงินฟางเจิ้งมาสองพัน เป็นเงินค่าอาหารหลายเท่าของคนอื่น
“ทำไม? มีปัญหาอะไรเหรอ” ฟางเจิ้งเกาหัวพลางถาม
“ไม่มีอะไร จากนี้เรื่องในครัวให้ซ่งเข่อหลิงจัดการ ถ้านายว่างก็ไปคุยกับทุกคน เรียนรู้ให้มากๆ” สวีเหยียนไม่รู้จะพูดอะไรเลยลากฟางเจิ้งออกไป
รอจนสวีเหยียนกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นซ่งเข่อหลิงช้อนข้าวออกมาข้างนอก
“ข้าวนี่ยังไม่สุกครึ่งหนึ่ง…” ซ่งเข่อหลิงพูดบ่น
“ถ้าอย่างนั้นก็ตักออกมา แบ่งๆ กันทำ” สวีเหยียนว่า
ซ่งเข่อหลิงพยักหน้าให้
เรื่องนี้ถือว่าผ่านไป สวีเหยียนไปหาฟางเจิ้ง พยายามเค้นรอยยิ้ม ถ้าบอกว่าตอนนี้เขาไม่อยากเจอใครมากที่สุด ฟางเจิ้งเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน! เขาพบว่าหล