ักนิด เหมือนอย่างที่ว่าไว้ว่าบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องกลัวภูตผีมาเคาะประตู ทำเรื่องไม่ดีถือเป็นการเรียกภูตผีมา เธอกลัวอยู่ในใจนิดๆ จึงรีบกลับห้องไป
ฟ้าผ่ามาทีหนึ่งทำให้การสรุปหลังบรรยายจบลงไปด้วย ซ่อเข่อหลิงออกไปหาช่างมาซ่อมหลังคา สวีเหยียนตรวจดูอาการบาดเจ็บของทุกคน เห็นไม่มีใครบาดเจ็บจึงถอนหายใจโล่งอก พึมพำว่า “ยังดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงรักษาไม่ได้ ส่งโรงพยาบาลก็ยุ่งยากเกินไป อาจจะต้องทิ้ง”
คำพูดนี้แว่วเข้าหูฟางเจิ้ง นันย์ตามีประกายเย็นชาวาบผ่าน ถ้าบอกว่าสมาชิกธรรมดาที่นี่ยังมีมโนธรรมอยู่เล็กน้อย เช่นนั้นมโนธรรมของสวีเหยียนก็คงถูกสุนัขกินไปหมดแล้ว
ฟางเจิ้งอาศัยจังหวะที่สวีเหยียนไม่สนใจตนไปเป่าหูอยู่ข้างหม่าจื้อ
หม่าจื้อมองด้วยความระแวงระวัง พบว่าฟางเจิ้งเป็นคนใหม่ สีหน้าจึงดีขึ้นเล็กน้อย ความระแวงลดลงมาก
ฟางเจิ้งถาม “ประสกหม่า เรื่องนี้ประสกคิดว่ายังไง?”
“ทำกรรมชั่วมาเยอะ สวรรค์ลงโทษแล้ว” หม่าจื้องึมงำ
ฟางเจิ้งอึ้งงัน ก่อนเอ่ยยิ้มๆ “อาตมาไม่ได้ถามเรื่องฟ้าผ่า แต่ถามว่าคิดว่าทะเลดาวเป็นยังไง”
หม่าจื้อพลันเงียบ ไม่พูดอะไร
ฟางเจิ้งพูดต่อ “ประสกยังไม่ได้จ่ายเงินหรือ?”
หม่าจื้อยิ้มแห้งๆ “ผม