ไมต้องพูดจาสวยหรู?”
พูดจบ หลายคนร้องไห้ มีความรู้สึกว่าฝันสลาย แต่ไม่รู้ว่าควรจะโต้แย้งอย่างไร
ทว่ามีกลุ่มคนหนึ่งพลันลุกขึ้นลากหลู่ซินออกไป สวีเหยียนยังปรี่เข้าไปตบหน้าทีหนึ่ง ด่าทอว่า “คุณมันบ้าไปแล้ว พูดจาอะไรไร้สาระ! ไสหัวไป! วันนี้ไม่ต้องเอาเงิน! ซ่งเข่อหลิง ว วันนี้เธอไม่ต้องจ่ายเงินค่าบรรยาย! จากนี้หาคนที่เชื่อถือได้หน่อย!”
ซ่งเข่อหลิงพยักหน้ารัวๆ เธอรู้ว่าเรื่องใหญ่ไปนิดแล้ว
แต่สวีเหยียนกับซ่งเข่อหลิงเป็นห่วงปฏิกิริยาโต้ตอบของฟางเจิ้งมากกว่า ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นคนของตน มีคนนอกคนหนึ่งเท่านั้น แต่เห็นฟางเจิ้งนั่งหัวเราะแหะๆ เหมือนกำลังดูเรื่อง สนุกๆ ไม่เห็นว่าเกิดอารมณ์ขัดแย้งอะไรมากนัก เห็นดังนั้นสองคนจึงถอนหายใจโล่งอก…
หลู่ซินก่อเรื่องแบบนี้ จึงไปต่อคาบนี้ไม่ได้แล้ว พิธีกรรีบเดินเข้ามาอยากจะดึงสถานการณ์ “เอาละ ทุกคนอย่าสนใจ เมื่อกี้อาจารย์หลู่ซินล้อเล่นกับทุกคน ถ้าอย่างนั้นต่อไปพวกเราจะให ห้สมาชิกเก่าของพวกเราแบ่งปันประสบการณ์น้ำใจของบ้านทะเลดาวให้ทุกคนฟัง”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม ประสานมุทราสะบัดไป…
“ช่างเถอะ พูดเรื่องประสบการณ์น้ำใจของฉันดีกว่า นี่คือรังโจร! มีแต่พวกคนโกหกกับคนสารเล