นลูกเจี๊ยบจิกข้าวเปลือก ราวกับยอมรับทุกอย่างเป็นอย่างดี
สวีเหยียนเห็นแบบนั้นพลันพูดเสริมไปว่า “หลวงพี่ ท่านก็เห็นแล้ว พวกเราที่นี่พักอยู่ด้วยกัน ท่านเคาะระฆังที่วัดไม่เป็นไร แต่ที่นี่พวกเราไม่มีระฆัง เคาะอ่างเหล็กผุๆ นั่นเสีย ยงมันไม่รื่นหู แถมน่าตกใจ ที่สำคัญคือท่านเคาะทีกระทบถึงคนเราเองยังดี แต่ถ้าเพื่อนบ้านนอนไม่หลับ แจ้งตำรวจบอกว่าพวกเรารบกวนคนอื่นนั่นก็ไม่ดีแน่ ดังนั้นท่านต้องเปลี่ยนกิจวั ตรตรงนี้”
ฟางเจิ้งยอมรับด้วยความยินดี “ประสกสวีพูดมีเหตุผล อาตมาจำไว้แล้ว”
เห็นฟางเจิ้งพูดจาว่าง่ายแบบนี้ สวีเหยียนเลยไม่ต้องใช้คำพูดที่เตรียมมาข้างหลัง รวมถึงคำขู่ต่างๆ นานารวมถึงกลอุบายใช้ความรุนแรงแล้ว แต่ตบบ่าฟางเจิ้งอย่างพอใจ “เรื่องสุดท้าย ท่าน นว่าเราสนิทกันขนาดนี้ อย่าเรียกหลวงพี่หรือประสกเลย ท่านเรียกผมสวีเหยียนหรือผู้ดูแลสวีก็ได้ ผมจะเรียกท่านว่าฟางเจิ้งหรือหนุ่มหล่อเป็นไง?”
ฟางเจิ้งยิ้มตอบ “ได้สิ เรียกว่าหนุ่มหล่อแล้วกัน”
“เห