ขามองว่าข้ออ้างเหล่านี้เป็นคำพูดไร้สาระ แต่ก็ยังให้ความร่วมมือด้วย ยิ้มตอบว่า “ที่แท้ก็แบบนี้เอง”
“ไปเถอะ ลงรถเอาของไปวาง ทำความรู้จักบ้านหน่อย พรุ่งนี้ค่อยไปดูที่บริษัทกัน” สวีเหยียนพูดจบก็ลากฟางเจิ้งเดินเข้าไปในบ้าน ช่วยไม่ได้ อากาศร้อนเกินไป เขาไม่อยากเป็นลมแดดอีก แค่อยากทำภารกิจให้เสร็จเร็วๆ เสร็จงานแล้วจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เย็นสบายหน่อย
เมื่อเข้าลานบ้านมา ฟางเจิ้งเห็นคนกลุ่มหนึ่งนั่งตากลมอยู่ใต้ชายคา มีชายหญิงนั่งเล่นไพ่เป็นกลุ่มสามถึงห้าคน ข้างๆ ยังมีคนใช้กระดาษทำเป็นพัดคอยพัดให้
พอเห็นฟางเจิ้งเข้ามาก็พากันทักทาย
ฟางเจิ้งยิ้มตอบกลับทีละคน คนเหล่านี้มีสีหน้าอดอยาก ดูไร้เรี่ยวแรง นี่อธิบายทุกอย่างได้แล้ว เดาว่าที่นี่คงมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน…
สวีเหยียนพูดว่า “พวกเราที่นี่เป็นพี่น้องกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ท่านไม่ต้องเกรงใจ หลวงพี่ ท่านนั่งรถมานาน พักสักหน่อยไหม?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “อาตมาไม่เหนื่อย หลิวต้าเฉิงล่ะ?”
“ประธานหลิวออกไปแล้ว ยังไม่กลับมาเลย ถ้าไม่อย่างนั้นก็เล่นไพ่สักสองตาเอาไหมครับ?” สวีเหยียนแนะนำ
เมื่อฟางเจิ้งได้ยินว่าเล่นไพ่ ดวงตาก็เปล่งประกาย! เล่นไพ่ครั้งก่อนยังตราตรึงใจอยู่เลย