อ่อ…” เด็กแดงเอ่ยถึงตรงนี้ก็ยิ้มแหย ดูเหมือนว่าเขาจะเข้ามาเรียบร้อย
ในตอนนี้มีเสียงไวโอลินดังมาจากบนตึก เพียงแต่พวกเขาไม่เคยฟังเพลงนี้ ทว่า…
“อาจารย์ เพลงนี้คุ้นหูมาก”
ฟางเจิ้งพยักหน้า
ต่อมาก็ได้ยินคนด่า “ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอนรึไง มาซ่อมอะไรกัน?”
“เลื่อยขาโต๊ะอะไรดึกๆ ดื่นๆ พวกแกอยากตายรึไง?”
ฟางเจิ้งกับเด็กแดงมองตากัน ยิ้มแห้งๆ “เป็นเสียงที่คุ้นหูจริงๆ เลื่อยขาโต๊ะ! ดูท่าติงหนิงคงจะเล่นเพลงนั้นได้เพลงเดียวจริงๆ…”
ฟางเจิ้งเคลื่อนความคิด ทั้งสองคนเปิดประตูไร้ลักษณ์กลับบ้าน รับเสียงนี่ไม่ไหวแล้ว!
ส่วนบันทึกเล่มนั้นวางไว้ในบ้านติงหนิงนานแล้ว แถมยังแนบโน้ตแผ่นหนึ่งไว้เป็นการขอโทษ เดิมทีว่าจะขอโทษต่อหน้า ทว่าในสถานการณ์นั้น ฟางเจิ้งไม่มีแม้แต่โอกาสจะพูดเลยล้มเลิกไป
ระหว่างขึ้นเขา เด็กแดงถามขึ้นว่า “อาจารย์ ท่านว่าพี่ติงหนิงดีขนาดนั้น เหตุใดหวังหลุนถึงมองไม่เห็น”
ฟางเจิ้งชี้ที่พื้นดิน “แผ่นดินดีขนาดนี้ นายเคยสนใจมันมาก่อนไหม?”
เด็กแดงงุนงง…
ฟางเจิ้งไม่พูดอะไร ที่เหลือให้เด็กแดงคิดตระหนักด้วยตัวเอง…
ตอนที่กลับถึงวัดเอกดรรชนี หมาป่าเดียวดาย ลิง และกระรอกเข้านอนกันแล้ว ฟางเจิ้งกลับกุฏิเลยทันที ปิดประตู