แม้แต่วิชาแปลงฟ้าเปลี่ยนปฐพีและมหาอิสระยกสมุทรก็ใช้มาหมดแล้ว เจียงฉางเซิงย่อมไม่ต้องปิดบังวิชาแยกร่างอีกต่อไป ท่ามกลางสายตาของมู่หลิงลั่วและคนอื่นๆ ร่างแยกที่เหมือนกับเจียงฉางเซิงทุกประการน้าวเกาทัณฑ์เทพยิงตะวันและเล็งไปยังท้องฟ้า ในเวลาไม่ถึงห้าอึดใจร่างแยกก็ยิงลูกธนูขึ้นเบื้องบน พุ่งทะลุทะเลเมฆและหายวับไป
ลูกธนูสิบกว่าดอกยิงออกไปรวดเดียว แสงสีทองเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งขึ้นฟ้าเป็นภาพแสนอลังการ ดึงดูดให้ชาวบ้านและชาวยุทธ์ภายในเมืองหลวงหันหน้าไปมอง แต่ไม่มีใครตื่นตกใจ เมื่อมีมรรคาจารย์อยู่พวกเขาย่อมไม่หวาดกลัว
อีกฟากหนึ่ง ชายวัยกลางคนยังคงยันเอาไว้ เขาสัมผัสได้ว่าแรงกดดันจากทะเลเพลิงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาแผดเสียงด้วยโทสะว่า
“อดทนเอาไว้ มหาเทพผานกู่ประทานกำลังให้ข้าแล้ว มหาเทพผานกู่จะต้องคุ้มครองพวกเรา!”
เสียงของเขาสะท้อนก้องไปทั่วเมืองและนำพละกำลังมาสู่ผู้คนนับไม่ถ้วน คนจำนวนมากล้วนรู้จักเขาและรู้ว่าเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด ซึ่งความแข็งแกร่งที่เขามีนั้นห่างไกลจากพละกำลังที่แสดงออกมาในวันนี้มากนัก ที่แท้เป็นเพราะมหาเทพผานกู่กำลังช่วยเขาอยู่นั่นเอง ผู้คนที่เดิมทีกำลังสิ้นหวังจึงพากันฮึกเหิมขึ้นมา ศึกสะท้านใต้หล้าระหว่างมหาเทพผานกู่กับสองจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ได้แพร่ไปทั่วพื้นทวีปแล้ว และทำให้คนนับไม่ถ้วนหันมากราบไหว้บูชา
“ผานกู่? น่าขัน!” ปีศาจราชสีห์สามหัวค่อนแคะ ทว่าแววตาของมันกลับมีความโหดร้า