ายถึงค่อยเก็บหีบเสียงไป ก่อนหัวเราะเบาๆ “หร่วนไห่ คืออย่างนี้ นายก็รู้นี่ว่าหมู่บ้านพวกเรามีคนออกไปรับจ้างในเมืองไม่น้อย หัวหน้าคนงานที่ก่อสร้างสนิทกับฉัน ตอนนี้เขากำลังขาดลูกมืออยู่ นายทำงานไม้เก่ง อย่าเสียเวลาเลย ไปทำกับเขาดีกว่า ปีหนึ่งได้เงินไม่น้อยเลยนะ”
หร่วนไห่ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มก็แข็งค้างเป็นครั้งแรก ตามด้วยวางแก้วสุราลง ส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด
ผู้ชายจึงพูด “นาย…หร่วนไห่ ฉันรู้ว่านายจะปฏิเสธ แต่นายต้องคิดดีๆ นะ นายอยู่ที่หมู่บ้านไม่มีอนาคตอะไรเลย? ถึงนายจะเป็นช่างไม้ที่มีชื่อเสียงในแปดหมู่บ้านสิบลี้ แต่ใครจะสร้างบ้านทุกวัน ตอนนี้น่ะ วัยรุ่นเข้าเมืองกันหมดแล้ว งานสร้างบ้านยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ คนที่นายหาได้ก็น้อยลงไปอีก นายต้องคิดถึงวันข้างหน้าเพื่อตัวเองบ้างใช่ไหมล่ะ? นายแก่ได้ เจ็บป่วยได้…ทุกคนข้างๆ นายก็เหมือนกัน ไปเมือง ทำงานดีๆ หาเงินสักสองสามปี กลับมาพี่จะหา…เฮ้อ เฮ้ย…หร่วนไห่ นายจะไปไหน?”
หร่วนไห่ลงมาข้างล่างแล้วเดินไปข้างนอก ไม่หันกลับมาแต่โบกมือให้ ความหมายคือไม่อยากไปและก็ไม่อยากฟัง
ผู้ชายเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา ยกแก้วสุราขึ้นดื่มหมดในอึกเดียว “เจ้านี่ยังนิสัย