ออาการป่วยอย่างหนึ่ง…”
โอวหยางเฟิงหวาพยักหน้าตาม “ใช่ เมืองป่วยกันหมด…”
สองคนพูดคุยกันพลางเดินไปเนิบๆ เด็กแดงตามอยู่ข้างหลัง ทำปากจู๋ พูดเสียงเบาเหมือนกำลังไม่พอใจทุกอย่างตรงหน้า “อาจารย์ ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าเหตุใดจิ้งฝ่าถึงไม่ค่อยอยากออกมาข้างนอก ตามท่านมานี่มีแต่โทษ”
ฟางเจิ้งไม่มีคำใดจะตอบได้ ครั้งก่อนพาหมาป่าเดียวดายออกมา พวกเขาสองคนนั่งอยู่บนขอบทางม้าลาย นั่งทั้งช่วงบ่ายจนสุดท้ายหวังคุนเก็บกลับบ้านไป ตอนนี้เหมือนจะเป็นแบบเดิมอีก เพียงแต่ว่าครั้งนี้พาสองคนมาเดินเตร่บนถนนด้วย
ตอนนี้เองเสียงเบรกรถดังขึ้นพร้อมกับเสียงคุ้นหู “หลวงพี่ฟางเจิ้ง?”
ฟางเจิ้งหันไปมองเห็นพั่งจื่อโผล่หัวออกมาจากในกระจกรถ แสยะมุมปากยิ้มก่อนพูด “นี่ หลวงพี่ฟางเจิ้ง เป็นท่านจริงๆ ด้วย! ผมว่าแล้ว หลวงจีนจีวรขาวในโลกนี้ก็มีแต่ท่านนี่แหละ”
คนที่มาคือพั่งจื่อที่ขึ้นเขากับพวกโหวจื่อและเจียงถิงในตอนแรก หลังจากงานประลองศิลปะพู่กันจีน ฟางเจิ้งไม่เคยเจอเขาอีกเลย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ในวันนี้
ฟางเจิ้งประนมสองมือยิ้มอย่างอบอุ่น “ที่แท้ก็ประสกพั่ง ไม่ได้เจอกันนานเลย”
“หลวงพี่ อย่าว่าอ้วนเลย(พั่ง) เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะคร