อวิ๋นเห็นฟางเจิ้งจะไปทันทีเลยเรียกไว้
ฟางเจิ้งกลับส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไร
จื้ออวิ๋นจะพูดบางอย่าง แต่เด็กแดงทำเสียงหึๆ “เจ้าอ้วน พวกเจ้าสองคนไม่เข้าใจพระธรรมเลย ยังมีอะไรต้องพูดกันอีก? ถุยวัดใหญ่วัดเล็กของเจ้าเถอะ!”
“เฮ้ย! ไอ้เด็กนี่ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง?” จื้ออวิ๋นโกรธนิดๆ แล้ว น่าเสียดายมีคนมุงอยู่รอบๆ เลยกระดากอายจะด่า แถมยังลงมือตีเด็กนี่ไม่ได้ด้วย
จื้อเหนิงรู้ว่าน้องชายคนไม่ได้เรื่องชอบทำให้เสียการเลยสวดไปบทหนึ่งโดยพลัน “อ้อ? หลวงพี่บอกว่าอาตมาไม่เข้าใจพระธรรม? เช่นนั้นขอถามหน่อยว่าหลวงพี่ว่าอะไรคือวัดใหญ่ และอะไรคือวัดเล็ก?”
ฟางเจิ้งยังคงไม่หันกลับมา เด็กแดงเงยหน้าขึ้น ถามกลับ “เจ้าขอคำชี้แนะอาจารย์ข้ารึ?”
สิ้นเสียง จื่อเหนิงกับจื้ออวิ๋นเป็นทุกข์ราวกับกินแมลงวันตาย เขาเหมือนว่าเพิ่งจะพูดแบบนี้ไปเอง! ไม่นึกเลยว่าจะได้กลับคืนมาเร็วขนาดนี้
จื้ออวิ๋นตอบไปทันที “ชิ ถ้าพวกท่านรู้ก็บอกมา ไม่รู้ก็แสร้งทำตัวให้ดูลึกลับให้น้อยลงหน่อย”
เด็กแดงทำหน้ามองคนเขลา มองจื้ออวิ๋นพลางว่า “ตอนอาจารย์ข้าไม่เข้าใจยังถามโดยไม่อาย ถึงตาพวกเจ้า พอไม่เข้าใจก็กระดากอายจะถาม มีปณิธานอันน้อยนิดแค่นี้เป็นนักบวชได้อย่างไ